นัมกุงบีอาเงียบไป…แล้วทำหน้าเหมือนนางเพิ่งจะหมดหนทางโต้แย้งอะไร
“ข้าทราบดีว่าท่านเป็นบุตรีของตระกูลนัมกุง”
“แต่… ทำไมถึงไม่ยอมให้ข้าร่วมเดินทางด้วยล่ะ?”
“เพราะข้าไม่อยากให้ร่วมเท่านั้น ตระกูลนัมกุงมิใช่ตราที่จะทำให้ข้าต้องเชื่อฟังทุกเรื่อง”
“อ่า…”
“แต่สิ่งที่ข้าไม่เข้าใจที่สุดก็คือ…”
“ทำไมถึงปล่อยให้ทายาทสายตรงของตระกูลนัมกุงมาเดินทางคนเดียวเช่นนี้?”
ข้าพยายามรักษามารยาทขณะพูดคุยกับนาง แต่ข้าก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขนลุกซู่ทุกครั้งที่อยู่ใกล้นาง
นัมกุงบีอาใช้มือข้างที่ว่างเกาแก้มตัวเองเบาๆดูเหมือนนางจะรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่เล็กน้อย
“ตอนออกเดินทาง… ข้าเดินทางพร้อมกับผู้อาวุโสของตระกูล”
“…แล้วทำไมตอนนี้ถึงเหลือแค่เจ้า?”
“ข้าเดินหลงทางมาตั้งแต่กลางทางแล้ว…”
…
ข้าถึงกับพูดไม่ออก
นางออกเดินทางกับขบวนของตระกูลนัมกุง มีผู้ติดตามมากมาย มีรถม้าให้โดยสาร แล้วนางเดินหลงทางได้ยังไง!?
‘…ถ้าข้าไม่มีความทรงจำจากชาติที่แล้ว ข้าคงไม่เข้าใจเลยจริง ๆ’
ข้านึกถึงภาพของนัมกุงบีอาในชาติก่อนที่แยกซ้ายขวาไม่ออก
ราชินีกระบี่มารผู้ยิ่งใหญ่… แต่กลับเป็นคนหลงทางที่สุดในใต้หล้า
ข้าถอนหายใจ ก่อนจะกล่าวว่า
“พวกข้าไม่ได้เดินทางไปเสฉวน”
“จริงหรือ? แต่ข้ารู้สึกว่าพวกเจ้ากำลังไปทางนั้นอยู่นะ”
…นี่นางแยกทางไม่ออก แต่ดันมีสัญชาตญาณที่แม่นยำเกินไปอีกหรือ?
ข้ากระแอมก่อนจะพูดต่อ