ฉัวะ!
กระบี่ของนางก็ฟันมันออกเป็นสองท่อนกลางอากาศเสียก่อน เศษหินร่วงลงพื้นเสียงเบา นางเงยหน้าขึ้นมองข้าด้วยแววตาเรียบนิ่ง
[จะสู้กันหรือ?]
….
“…น่ากลัวชะมัด”
เพราะนี่เป็นช่วงเวลาเดียวที่ข้าเห็นอารมณ์ในสีหน้าของนาง เพียงแค่แรงกดดันจากปราณที่แผ่ออกมา ร่างกายของข้าก็ชาไปหมดแล้ว
ข้าถอนหายใจพลางยกมือขึ้นลูบหน้า ก่อนจะพูดขึ้น
[…ทางนั้นไม่ใช่ทางไป]
[…อ๊ะ!]
สิ้นคำพูดของข้า นัมกุงบีอาก็เก็บกระบี่ของนางลงพลังปราณที่กดดันรอบด้านก็จางหายไปทันที
หลังจากเดินต่อไปได้ไม่นาน นางก็หยุดเดินอีกครั้ง
ข้าขมวดคิ้ว ก่อนจะเอ่ยถาม
[เจ้าหยุดทำไมอีกล่ะ?]
[ข้าคิดดูแล้ว… ข้าว่าทางนี้ไม่น่าจะใช่ทางที่ถูกต้องนะ]
ว่าแล้ว นางก็พุ่งตัวหายไปอีกทางทันที
แล้วก็หายไปจากสายตาของข้า
ข้าหยุดเดิน ลูบหน้าตัวเองอีกครั้งอย่างเหนื่อยใจ
[…ไม่ใช่ทางนั้นเฟ้ย! ยัยบ้าเอ๊ย!]
…
ข้าใช้เวลาไม่ถึงวันในการเดินทางไปถึงจุดหมาย
ส่วนนัมกุงบีอา…
นางไปถึงที่หมายช้ากว่าข้าถึงสามวันเต็ม ๆ
◇◆
กลับมาปัจจุบัน
ข้าตะโกนเสียงดังลั่นจนทุกคนหันมามองข้าเป็นตาเดียว
…โดยเฉพาะสายตาของนัมกุงบีอา ข้าอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นเล็กน้อย
ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็ไม่อยากข้องเกี่ยวกับนางเด็ดขาด
ชื่อเสียงของ ตระกูลนัมกุงในฐานะหนึ่งในสี่ตระกูลสูงศักดิ์?
รูปลักษณ์อันงดงามราวเทพธิดา?
เรื่องพวกนั้นไม่มีความหมายเลยสักนิด