เพียงคำพูดนั้นความรู้สึกเย็นวาบแล่นขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลังของข้า และคำตอบที่วีซอลอาให้มาก็ยืนยันถึงสิ่งที่ข้าคิดเอาไว้
“พี่สาวคนสวยคนนั้น… ยังคงตามเรามาอยู่ค่ะ”
…
โอ้ พระเจ้าช่วย…
ข้าหันขวับไปมองนอกหน้าต่าง
จริงด้วย
ที่ไกลออกไปไม่มากเงาร่างของนัมกุงบีอายังคงเดินตามมาเงียบๆ
“บ้าเอ๊ย… อย่าบอกนะว่าไอ้พยักหน้าก่อนหน้านี้ หมายถึงตกลงจะเดินตามมาเอง?”
“ไม่ได้ให้ร่วมเดินทางก็แค่เดินตามมาก็พอสินะ?!”
ข้ารู้สึกเหมือนสมองกำลังจะระเบิด นี่มันอะไรกัน!
ข้าอยากจะตะโกนด่าให้สุดเสียง แต่ข้าก็ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะไปต่อว่าหรือตะเพิดนางออกไป
“ข้าบอกแล้วว่าไม่ได้ไปเสฉวน… ถ้างั้นนางตามมาทำไม!?”
ทางเดียวกัน? เป็นไปไม่ได้!
ข้าไม่เคยเห็นยัยบ้านี่เดินบนเส้นทางปกติสักครั้ง!
…ต้องทำเป็นไม่สนใจ นี่คือทางออกที่ดีที่สุด
แต่แล้วปัญหาก็เกิดขึ้นเมื่อตกค่ำและพวกเราต้องตั้งค่ายพักแรม
หลังจากเลือกพื้นที่เหมาะสมสำหรับตั้งแคมป์และก่อกองไฟ ข้าก็เริ่มเตรียมตัวพักผ่อน
แต่แล้ว ข้ามองเห็นกองไฟอีกกองหนึ่งอยู่ไม่ไกลจากพวกเรา และเจ้าของกองไฟนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น…
นัมกุงบีอา
นางกำลังปิ้งกบเสียบไม้ด้วยสีหน้าเรียบเฉยอยู่ตรงนั้น
…นางไปจับกบมาจากไหนกัน!?
แม้ว่านางจะมีรูปลักษณ์ที่งดงามล้ำลึก แต่เมื่ออยู่ในสภาพนี้กลับดูเวทนาและน่าสงสารอย่างบอกไม่ถูก
นี่มัน…”ข้าตามพวกเจ้ามาอยู่ตรงนี้นะ!”อย่างชัดเจน