แต่ตอนนี้ ข้าไม่ใช่ผู้สืบทอดตระกูลอีกแล้ว และการที่ตระกูลกู่ยอมให้สายเลือดของตระกูลหายไปเกือบเดือนนั้น ถือเป็นเรื่องน่าแปลก
…ปกติแล้วตระกูลกู่ไม่มีทางอนุญาตเรื่องแบบนี้ง่ายๆ
แต่ในอดีต ข้าสามารถไปได้เพราะเป็นผู้สืบทอดตระกูล
ข้าหันไปมองผู้อาวุโสสองที่ยืนยิ้มพลางหัวเราะเบาๆ
“ข้าเพียงแค่รับปากช่วยทำเรื่องบางอย่างให้ท่านเจ้าสำนัก”
“…ท่านทำถึงขนาดนั้นเลยหรือ?”
ข้าขมวดคิ้วสงสัย
เขารับปากช่วยอะไรถึงทำให้เรื่องนี้ง่ายขนาดนี้กัน?
จริงๆ แล้วข้าแค่คิดว่า พวกเขาคงส่งข้าไปเป็นผู้ติดตามของขบวนเดินทางใดสักแห่ง หรือให้ข้านั่งรถม้าไปเรื่อยๆ เท่านั้น
แต่ไหนๆ มันก็ยังดีกว่าการหนีออกจากจวน…
หรือว่านี่ก็คือการหนีออกจากจวนเหมือนกัน?
แค่คิดว่าแนวคิดของข้ากับผู้อาวุโสสองเริ่มคล้ายกัน ข้าก็ขนลุกไปทั้งตัว
ไม่หรอก! ข้าย่อมไม่ใช่คนประเภทเดียวกับตาเฒ่านั่นแน่!
“ในเมื่อรับปากไปแล้ว ก็ต้องทำตามข้อตกลง”
“และอีกอย่างหนึ่ง…หยางชอน”
“ขอรับ?”
“ข้าไม่รู้ว่าเจ้าจะไปเสฉวนเพราะอะไร แต่เจ้าก็ยังเป็นสายเลือดของตระกูลกู่”
“จงจำข้อนี้ไว้เสมอ และอย่าทำอะไรให้เสื่อมเสีย”
“….”
พูดให้เข้าใจง่ายก็คืออย่าก่อเรื่อง
ข้าหรี่ตามองเขาอย่างไม่สบอารมณ์
ถ้าคนอื่นพูดประโยคนี้ คงฟังดูทรงพลังและเต็มไปด้วยความภูมิใจในตระกูล
แต่พอเป็นเขาพูด มันกลับฟังดูเหลวไหลสิ้นดี
“อะไรกัน เจ้ามองข้าแบบนั้นหมายความว่าอย่างไร?”