ข้าเดินออกไปข้างนอกและเริ่มฟาดฟันกระบี่กลางลมยามราตรี
นานแค่ไหนแล้ว…ที่ข้าอยากฝึกกระบี่ด้วยใจของตนเอง?
มันแตกต่างจากครั้งก่อนๆ ที่ข้าหวังเพียงลืมเลือนบางสิ่งไป
ข้าเป็นใครกันแน่?
กู่หยางชอนเป็นใครกันแน่?
ตระกูลกู่คืออะไรกันแน่?
เมื่อข้าปล่อยให้คำถามเหล่านี้แฝงอยู่ในกระบี่ มันกลับเป็นกระบี่ที่ให้คำตอบแก่ข้าเสียเอง
ในคืนนั้นเอง ข้าสัมผัสได้ถึงความก้าวหน้าในวิทยายุทธ์เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน
ข้าดีใจเหมือนเด็กน้อย
ขนาดเอ่ยปากพูดคุยกับชายชราผู้กวาดลานหน้าตำหนักของกู่หยางชอนด้วยความตื่นเต้น
ความคิดอันหนักอึ้งคล้ายม่านหมอกในหัวเริ่มจางลง
“…ข้าว่าตอนนี้ข้าคงกลับไปได้แล้ว”
ด้วยระดับนี้ ข้ารู้สึกว่าตัวเองสามารถกลับไปหน่วยกระบี่ได้แล้ว
…หากคิดอีกมุม นี่อาจเป็นเพราะกู่หยางชอนก็เป็นได้
ข้าซาบซึ้งใจที่เขาไม่เคยถามถึงเรื่องที่ข้าปิดซ่อนเอาไว้ แม้เขาอาจรู้โดยสัญชาตญาณ
ดังนั้น ข้าเองก็คงไม่มีสิทธิ์ไปถามเรื่องที่เขาเก็บงำไว้เช่นกัน
เหตุใดเขาจึงแสร้งทำตัวเป็นคนเหลวแหลกมาหลายปี แล้วจู่ๆ ก็มาสลัดมันทิ้ง?
ความลับของตระกูลกู่ที่เขาแบกรับไว้นั้นคืออะไรกันแน่?
ข้าตัดสินใจว่าจะไม่คิดถึงมันอีก
◇◆
ข้าตั้งใจจะส่งคำร้องขอกลับเข้าหน่วยกระบี่
…แต่แล้ว
“…ไปเสฉวน?”
ข้าถูกสั่งให้ไปเสฉวน?
…ข้าต้องไปทำไมกัน?
“หมายถึงทัพศาสตราถัง อย่างนั้นหรือ?”
ข้าถามอย่างงุนงง