“ฮ่าๆๆ ! นานแค่ไหนแล้วนะ? สักปีหนึ่งได้กระมัง?”
“ท่านยังสบายดีหรือไม่ขอรับ?”
“แน่นอนอยู่แล้ว! ข้าย่อมสบายดีเสมอ ฮ่าๆๆ ! แล้วเจ้าล่ะ?”
“…หยุดคุยกันกลางเรือนของข้าก่อนได้หรือไม่?”
ว่าแต่มันเป็นใครกันแน่?
ข้าเอียงคอมองชายที่ชื่อกู่จอลยอบอย่างครุ่นคิด ดูเหมือนกู่รยอนจะรู้ว่าข้าจำเขาไม่ได้ สีหน้าของเขาดูเวทนาอย่างยิ่ง
“หยางชอน เจ้าไม่รู้จริงๆ หรือว่านี่คือใคร?”
“ถึงตอนนี้ข้าก็คิดอยู่เป็นครั้งที่สามแล้วว่าหมอนี่เป็นใครกันแน่”
“โอ้โห… ความจำเจ้ามันแย่ยิ่งกว่าปลาทองเสียอีก”
แล้วทำไมตาแก่นี่ถึงหาเรื่องข้าแต่เช้าอีกแล้ว?
“เจ้าถามว่าเขาเป็นใครงั้นรึ? ก็หลานชายของผู้อาวุโสหนึ่งยังไงล่ะ”
“…ผู้อาวุโสหนึ่ง?”
ข้าหันไปมองกู่จอลยอบทันที
“หากพูดถึงผู้อาวุโสหนึ่งล่ะก็…”
‘เจ้าแก่ที่ดุร้ายและน่ารำคาญที่สุดในตระกูลกู่’
กู่ชางจุนหรือที่รู้จักกันในนาม”กระบี่อัคคีไท่หลิง”
เขาเป็นพี่ชายของท่านพ่อของข้า ซึ่งหมายความว่าในทางสายเลือด ข้าควรเรียกเขาว่า”ท่านลุง”
แต่ข้าไม่เคยรู้สึกสนิทใจพอจะเรียกเขาแบบนั้น
แม้ว่าข้าจะอึดอัดใจทุกครั้งที่กู่รยอนมาหาข้า แต่ข้าก็ยังรู้สึกขอบคุณเขาอยู่บ้าง
เพราะอย่างน้อย เขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ไม่เคยทอดทิ้งข้า
แต่กับกู่ชางจุนมันต่างออกไป
มีหลายสิ่งที่ข้าอยากจะพูดเกี่ยวกับเขา แต่บอกตามตรงข้าไม่อยากเสียเวลารื้อฟื้นความทรงจำเกี่ยวกับเขาเลย
◇◆