วันรุ่งขึ้น
หลังจากกลับจากพรรคฮ่าวเหมินข้าก็ตื่นขึ้นมาในเช้าวันถัดมา
เพราะเมื่อวานข้ากินซาลาเปาไปเยอะเกินไป วันนี้ข้าเลยคิดว่าจะไปออกกำลังกายเสียหน่อย
แต่ไม่ทันจะได้เริ่ม ข้าก็ได้ยินเสียงจากหน้าประตู
“ข้าคือ กู่จอลยอบ”
“ขอท้าประลองกับสายเลือดหลักของตระกูล”
…อะไรของหมอนี่?
ทันทีที่ข้าเปิดประตูออกชายแปลกหน้าก็พูดขึ้นมาทันที
จากรูปลักษณ์ของเขา เขาน่าจะอายุไล่เลี่ยกับข้า
เขามีโครงหน้าคมคาย คางได้รูป และดวงตาสีแดงฉานที่ดูโอหังแบบฉบับของตระกูลกู่
…ที่น่าหงุดหงิดก็คือ หมอนี่หน้าตาดีมาก
ขนาดว่าข้ารู้ทันทีว่าเขาเป็นคนในตระกูลกู่ แต่เขาไม่ใช่สายเลือดของท่านพ่อแน่ๆ
แวบหนึ่ง ข้านึกว่าเขาเป็นลูกลับๆ ของท่านพ่อ
แต่คิดไปคิดมาไม่น่าจะใช่
“ใคร?”
ข้ามองเขาด้วยความสงสัย
เขาดูคุ้นตาอย่างประหลาด แต่ข้ากลับนึกไม่ออกว่าเคยเห็นเขาที่ไหน
พอข้าแสดงท่าทีสงสัย สีหน้าของกู่จอลยอบก็พลันบึ้งตึง
ข้าพลาดอะไรไปรึเปล่า?
แต่ข้าจำเขาไม่ได้จริงๆ
ในตอนนั้นเองผู้อาวุโสสอง กู่รยอนก็โผล่ออกมาจากไหนไม่รู้
“จอลยอบรึ? ไฉนเจ้ามาอยู่ที่นี่?”
…ว่าแต่ ทำไมท่านอาวุโสสองถึงอยู่ที่นี่?
ช่วงนี้ข้าเห็นเขาบ่อยเหลือเกิน…
แม้ข้าจะสงสัย แต่ก็รู้ว่าต่อให้ถามไป เขาก็คงแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน
ดังนั้นข้าจึงไม่เสียเวลาพูด
กู่จอลยอบเห็นกู่รยอนก็รีบทำความเคารพทันที
“ข้าน้อยคารวะผู้อาวุโสสอง”