“ยินดีที่ได้พบ ข้ามีนามว่าเผิงอูจิน”
“ข้ารู้แล้วล่ะ… คุณชายเผิง”
“เอาน่า เรียกข้าว่าพี่ใหญ่เผิง หรือพี่ใหญ่อูก็ได้”
“ไม่ล่ะ เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น”
ข้าจ้องมองเผิงอูจิน…ทำไมหมอนี่ถึงมาที่นี่?
และที่สำคัญทำไมเผิงอาฮีถึงเอามือปิดหน้าด้วยความอับอายขนาดนั้น?
ใบหูนางแดงจัดเหมือนลูกพีชสุก ดูท่าจะอับอายไม่น้อย
ขณะที่เผิงอูจินยังคงทำตัวสนิทสนมโดยไม่มีเหตุผล เผิงอาฮีคว้าเสื้อเขาแล้วกระชากแรงๆ ก่อนจะกระซิบอย่างขุ่นเคือง
“ท่านพี่… ก่อนอื่นเราน่าจะเริ่มจากการขอโทษเขาก่อนนะ”
น้ำเสียงของนางสั่นไหวอย่างชัดเจนด้วยความอับอาย
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น เผิงอูจินทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้
“จริงสิ… ถึงอย่างไรตอนนี้เจ้าก็เป็นคนที่พึ่งถอนหมั้นมา น่าจะปล่อยเจ้าไว้ที่ตระกูลเผิงก่อน ข้าช่างขาดความละเอียดอ่อนจริงๆ !”
“บ้าจริง… เขามันบ้าแน่ๆ ”
เผิงอาฮีบ่นพึมพำ ข้าเองก็เห็นด้วยกับนางโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ …
เผิงอาฮีที่ดูจะทนฟังเรื่องไร้สาระไม่ไหวอีกต่อไปจึงเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีที่ดูเหมือนว่าจำต้องทำ
“ขอโทษด้วย ที่มารบกวนโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าในยามวิกาล… ข้ายับยั้งเจ้าคนบ้าไม่สิ… พี่ชายของข้าไม่ได้เลย เขายืนกรานว่าจะมาหาเจ้าให้ได้”
“คุณชายเผิง… มาหาข้า?”
“เรียกข้าว่า ‘พี่ใหญ่อู’ ก็ได้นะ”
“ไม่เป็นไร ข้าสบายใจแบบนี้”
ข้าตัดบทอย่างไร้เยื่อใยข้าไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเจ้าบ้านี่มากนัก