ข้าสั่งให้ข้ารับใช้ชงชา และระหว่างที่รอให้มันเย็นลง เผิงอูจินก็เพียงแต่นั่งยิ้มด้วยสีหน้าสบายๆ โดยไม่ได้พูดอะไรเป็นพิเศษ
“แล้วที่มาหาข้าถึงที่นี่… มีเรื่องอะไรหรือ?”
หรือว่า… เขาจะมาหาเรื่องข้าเพราะเรื่องที่ผู้อาวุโสสองฟาดหน้าเขาไปเต็มแรง?
ถึงแม้รอยบวมจะยุบไปบ้าง แต่ข้างแก้มของเผิงอูจินก็ยังคงบวมปูดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
มันเป็นร่องรอยที่เกิดจากหมัดของผู้อาวุโสสอง
“เขาบอกว่าเขายั้งแรงแล้ว…”
แต่ดูจากรอยที่ยังเหลืออยู่… นี่คือ ‘ยั้งแรง’ งั้นหรือ?
ถ้าหากเพิ่มแรงอีกนิด เขาคงไม่ใช่แค่บาดเจ็บ แต่คงโดนซัดจนหัวกระเด็นออกจากบ่าแน่ๆ
แค่คิดก็รู้สึกหนาวสันหลังขึ้นมาเลย
“ข้าขอยืนยันว่าข้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผู้อาวุโสสองทำกับท่านเลย ข้ายังพยายามห้ามเขาแล้วด้วยซ้ำ”
“หืม? ท่านกำลังพูดถึงอะไรหรือ?”
…หา?
นี่ไม่ใช่เรื่องนั้นอย่างนั้นหรือ?
ข้าที่กำลังงุนงงอยู่ได้แต่เงียบไป ก่อนที่เผิงอูจินจะพูดต่อ
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก เพียงแค่ได้ยินว่าน้องสาวของกระบี่ฟีนิกซ์อยู่ที่นี่ ข้าเลยอยากมาพบหน้าอีกสักครั้ง”
“ท่านสนิทกับพี่ใหญ่ของข้าหรือ?”
ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าเผิงอูจินมีความสัมพันธ์ใดๆ กับกู่ ฮุยบี
ถึงแม้ว่าข้ากับพี่สาวคนโตจะไม่ได้สนิทกันเท่าไร แต่ก็ยังใกล้ชิดกันกว่ากู่ยอนซอ
“ข้าคิดว่าเราสนิทกันอยู่นะ… แต่ฝั่งกระบี่ฟีนิกซ์คิดเหมือนกันหรือเปล่า ข้าก็ไม่แน่ใจ”