…เด็กโง่?
เดี๋ยวก่อน นั่นคงไม่ได้หมายถคงข้าหรอกนะ?
แม้จะถูกนำไปเปรียบเทียบเฉยๆ แต่ข้ากลับไม่รู้สึกขุ่นเคือง
เพราะหากบุรุษตรงหน้าคือ เผิงอูจิน จริงๆ
เขาคือมังกรโดยแท้จริง
จักรพรรดิดาบ เผิงอูจิน
ในอนาคต สมญานามนี้จะตกเป็นของเขา
เขาเคยเข้าปะทะกับ จ้าวแห่งความพ่ายแพ้ หนึ่งในสามจอมปราชญ์แห่งยุทธภพ และสามารถต่อสู้ได้อย่างสูสี แม้คู่ต่อสู้ของเขาจะเป็นผู้นำแห่งหน่วยอสูรทมิฬแห่งลัทธิมาร ซึ่งเป็นหน่วยที่อยู่ภายใต้บัญชาของมารสวรรค์โดยตรงก็ตาม
หากสามารถรับมือกับหนึ่งในสามจอมปราชญ์ได้อย่างสูสี นั่นหมายความว่าในแง่ของวิทยายุทธ ไม่มีผู้ใดสามารถประเมินขีดจำกัดของเขาได้อีกต่อไป
แม้สุดท้ายจ้าวแห่งความพ่ายแพ้จะพ่ายแพ้และตายลงด้วยมือของเผิงอูจิน แต่ก็เป็นเพราะเขาอ่อนล้าจากศึกก่อนหน้านั้น ทว่าเผิงอูจินกลับสามารถเอาชนะได้โดยลำพัง
หลังจากนั้น ข่าวนี้ได้แพร่กระจายไป และจ้าวแห่งความพ่ายแพ้ก็ได้เป็นผู้มอบสมญานามจักรพรรดิดาบให้แก่เผิงอูจินด้วยตนเอง
ขณะที่ผู้อาวุโสสองลูบเคราที่ยาวของตนเอง ดวงตาเขาฉายแววซุกซนก่อนจะยิ้มกว้างอย่างมีเลศนัย…
“ตัวตนได้รับการยืนยันแล้ว ฝีมือก็ดูจะยอดเยี่ยม เช่นนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาใช่หรือไม่?”
เดี๋ยวก่อน… นี่มันคำพูดบ้าบออะไรกัน?
ข้าเหลือบมองเจ้าหน้าที่ที่โต๊ะลงทะเบียน ซึ่งดูเหมือนจะคิดเช่นเดียวกับข้า สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความลำบากใจ