ุณยายเก็บของเก่าเมื่อวันก่อน เขาเอ่ยถามซัก “คุณพอจะคุ้นตาหรือมีความประทับใจอะไรกับเสื้อผ้าชุดนี้บ้างไหมครับ?”
เกาเสี่ยวฮุ่ยเม้มริมฝีปากแน่น “ฉันไม่รู้ว่าแกกำลังพูดเรื่องอะไร”
“ในคืนเกิดเหตุ อุณหภูมิในเมืองหลงอันลดต่ำลงเหลือประมาณ 10 ถึง 16 องศาเซลเซียส ซึ่งมันเป็นสภาพอากาศที่ประจวบเหมาะและพอดีเป๊ะสำหรับการหยิบเสื้อโค้ทดีไซน์พรรค์นี้มาสวมใส่คลุมร่างกาย ทว่าผมจำได้แม่นยำเลยว่า ตอนที่ผมขับรถไปจอดเทียบรับคุณขึ้นรถ เสื้อผ้าที่คุณเลือกสวมใส่มันกลับดูบางเฉียบมาก ในตอนนั้นผมยังแอบนึกสงสัยในใจอยู่เลยว่า ‘แม่สาวสวยคนนี้เธอไม่รู้สึกหนาวเหน็บบ้างรึไงนะ?’ ”
“แกต้องการจะสื่ออะไรกันแน่ฮะ?!”
“เสื้อผ้าชิ้นนี้มันเป็นของคุณใช่ไหมครับ?”
“ไม่ใช่! ฉันไม่เคยเห็นเสื้อโค้ทตัวนี้มาก่อนในชีวิต!”
“อ้อ… งั้นหรอกเหรอครับ? แล้วถ้าเกิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายพิสูจน์หลักฐาน ตรวจพบรอยนิ้วมือ เส้นผม และเศษรอยคราบรังแคของคุณติดอยู่บนเสื้อตัวนี้ล่ะครับ? ถึงตอนนั้นคุณคิดว่าจะหาเหตุผลข้างๆ คูๆ อะไรมาอธิบายกับพวกเราดีล่ะ?”
เกาเสี่ยวฮุ่ยพลันตกอยู่ในความเงียบงันกะทันหัน แน่นอนว่าคำขู่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงอุบายการบลัฟ (Bluff) ของเฉินซื่อเท่านั้น หลังจากที่เขาควักเงินซื้อเสื้อโค้ทตัวนั้นมา เขายังไม่มีอำนาจหรือสิทธิ์ในการส่งวัตถุพยานไปให้กองพิสูจน์หลักฐานทำการตรวจสอบสารพันธุกรรมเลยด้วยซ้ำ ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้ตรวจสอบจริง ในฐานข้