ิ่มเปิดฉากกดดันต่อ “บนโต๊ะทำงานของคุณมีแก้วน้ำคู่รักและรูปถ่ายคู่ของพวกคุณตั้งอยู่ ทุกครั้งที่คุณเอ่ยถึงชื่อของเธอ แววตาของคุณจะเปลี่ยนไปทันที สิ่งนี้มันพิสูจน์ให้เห็นว่าคุณมีความผูกพันและรักเธออย่างลึกซึ้ง คุณถึงไม่อยากให้ชื่อเสียงของเธอต้องมาแปดเปื้อนหลังจากตายไป ทว่าในความเป็นจริง… คุณเองก็รู้ดีแก่ใจอยู่แล้วใช่ไหมล่ะว่าชีวิตส่วนตัวของเธอมันเหลวแหลกและมั่วโลกีย์ขนาดไหน แถมยังเอาโรคร้ายนี้มาติดคุณอีก!”
“พอได้แล้ว!” เฉินจวินขว้างแก้วน้ำทิ้งลงพื้นจนแตกกระจาย “ผมไม่ยอมให้คุณมาพูดจาดูถูกใส่ร้ายเธอแบบนี้เด็ดขาด!”
หลินตงเสวี่ยถึงกับสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ ทว่าเฉินซื่อกลับยังคงสุขุมเยือกเย็น เขาจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบพลางส่งยิ้มกวนๆ “โมโฮงั้นเหรอครับ? ดูท่าสิ่งที่ผมพูดไปมันจะแทงใจดำเข้าจังๆ สินะ!”
เฉินจวินเดินไปกระชากเปิดประตูห้อง “ที่นี่ไม่ต้อนรับพวกคุณอีกต่อไปแล้ว! ออกไปซะ!”
“อย่าลากฉันเข้าไปพัวพันกับเรื่องบ้าๆ ของคุณนะ!” หลินตงเสวี่ยกระซิบต่อว่าเฉินซื่อด้วยความหงุดหงิดระคนอับอาย… ไอ้หมอนี่เพิ่งจะทำให้พยานปากเอกเกิดอาการฟิวส์ขาดโมโหโกรธาขึ้นมาหน้าตาเฉย หญิงสาวผู้มีผิวหน้าบางและรักศักดิ์ศรีอย่างเธอทนรับสถานการณ์กระอักกระอ่วนแบบนี้ไม่ไหวจนใบหน้าเริ่มขึ้นสีแดงก่ำ
เฉินซื่อส่ายหัวพลางเอ่ยเตือนสติชายหนุ่ม “หญิงสาวอายุ 25 ปีที่ยังไม่ได้แต่งงาน แต่กลับมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ชายมากหน้าหลายตา สิ่งนี้ม