น”
“ผม… ผมติดโรคหนองในมาครับ!” เฉินจวินยอมรับสารภาพออกมาในที่สุด
“ไปติดมาจากไหนล่ะครับ?”
“คือมันมี… งานเลี้ยงประจำปีของบริษัทน่ะครับ… ทางบริษัทแจกเงินโบนัสพิเศษ เพื่อนร่วมงานกลุ่มหนึ่งก็เลยคะยั้นคะยอแกมบังคับลากผมไปเที่ยวสถานที่อโคจรพรรค์นั้น… พอผมกลับมา… ก็เริ่มรู้สึกคันๆ เจ็บๆ ตรงส่วนนั้น…” เฉินจวินเอานิ้วถูจมูกแก้เกี้ยว
“คุณกำลังพูดโกหก คำพูดและท่าทางรวมถึงปฏิกิริยาทางร่างกายของคุณมันฟ้องชัดเจนว่าคุณกำลังแต่งเรื่องอยู่ ผมอยากให้คุณหยุดเล่นละครและเลิกปิดบังความจริงกับพวกเราได้แล้วครับ!”
ใบหน้าของเฉินจวินพลันแดงซ่านด้วยความอับอายปนโกรธ “แล้วเรื่องนี้มันไปเกี่ยวโยงอะไรกับคดีฆาตกรรมด้วยฮะ?! เรื่องที่ผมจะเจ็บไข้ได้ป่วยมันเป็นเรื่องส่วนตัวของผม ชัดเจนอยู่แล้วว่าเหมิงซิงโดนไอ้คนขับรถนั่นฆ่าตายในคืนนั้น ทำไมพวกคุณถึงไม่ยอมไปตามสืบเรื่องของไอ้ฆาตกรนั่น แต่กลับมาจ้ำจี้จ้ำไชสืบสวนเรื่องของผมแทนล่ะ?”
“เรื่องนั้นมันเป็นหน้าที่ในการพิจารณาของพวกเรา ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะต้องมาสั่ง! คุณไม่อยากพูดความจริงใช่ไหม? งั้นผมจะช่วยสงเคราะห์พูดแทนให้เองก็แล้วกัน… คุณรักแฟนสาวของคุณมากใช่ไหมล่ะ? จิตใต้สำนึกของคุณก็เลยพยายามที่จะปกป้องและรักษาชื่อเสียงของเธอเอาไว้ ทว่าความจริงแล้ว… ไอ้โรคหนองในบ้านี่… แฟนสาวของคุณเป็นคนแพร่เชื้อมาติดคุณใช่ไหมล่ะ?”
เฉินจวินเริ่มเกาหัวเกาหูด้วยความกระสับกระส่าย เฉินซื่อจึงเร