ักฐานคอยตรวจสอบพื้นที่เพื่อทบทวนคดีอยู่ตลอดเวลา ฉันไม่มีความสามารถพอที่จะพาคุณสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปตอนนี้หรอกนะ”
“ผมก็แค่เปรยๆ ว่าถ้าได้ไปก็คงดีเฉยๆ หรอกน่า อ้อจริงสิ… คุณสังเกตเห็นไหมว่าจุดเกิดเหตุมันเป็นหาดหินที่น้ำทะเลหนุนและลดลงตลอดเวลา? ความเป็นไปได้ที่จะเกิดแรงครูดระคายเคืองผิวมันสูงมาก เสื้อผ้าของผู้ตายทั้งบางและขาดรุ่งริ่งตั้งหลายจุด ถ้าหากผู้ตายโดนข่มขืนขืนใจในสถานที่แบบนั้นจริงๆ ร่างกายของเธอก็ควรจะมีรอยฟกช้ำดำเขียวขนาดใหญ่ปรากฏอยู่สิ ทว่าในรายงานกลับไม่มีเลยสักแห่ง นอกจากว่า…”
“นอกจากว่าอะไร?”
เฉินซื่อโปรยยิ้ม “นอกจากว่าฆาตกรจะจับเธอแขวนเอาไว้เพื่อข่มขืนแล้วฆ่ายังไงล่ะ”
“ไอ้คนสารเลว!” หลินตงเสวี่ยสาดน้ำชาในถ้วยใส่เขาหน้าตาเฉย
“เฮ้ๆ คุณ! ทำไมเป็นคนแบบนี้เนี่ย?!” เฉินซื่อบ่นอุบอิบพลางรีบหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดเนื้อเช็ดตัว
เฉินซื่อก้มหน้าดูรูปถ่ายต่อไป ขณะที่หลินตงเสวี่ยเอ่ยถาม “คุณพบอะไรเพิ่มเติมอีกไหม?”
“ในตอนนี้ ตราบใดที่ผมยังไม่ได้เห็นสภาพศพที่แท้จริงด้วยตาตัวเอง ผมก็สามารถวิเคราะห์แยกแยะได้มากที่สุดเท่านี้แหละ”
“ชิ… เดี๋ยวสุดท้ายคุณก็ต้องคายสิ่งที่คุณพบออกมาอยู่ดีนั่นแหละ”
“คิดว่าผมเป็นคนประเภทเดียวกับคุณหรือไงฮะ?!”
เฉินซื่อส่งเอกสารรายงานและโทรศัพท์มือถือคืนให้แก่หลินตงเสวี่ย หลังจากที่เขาได้วิเคราะห์ทุกอย่างจนตกผลึกเป็นสมมติฐานคดีฆาตกรรมที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ หลินตงเสวี่