ง แต่ก็ไม่มีอะไรแน่ชัด หลินตงเสวี่ยเพิ่งเข้ามาทำงานในกองปราบได้เพียงครึ่งปี แม้จะได้มีส่วนร่วมในคดีต่างๆ มาบ้าง แต่เธอมักจะได้ทำหน้าที่เป็นเพียงลูกมือวงนอกคอยสนับสนุน มากกว่าจะได้เข้าไปเป็นแกนหลักในทีมสืบสวนเชิงลึก ดังนั้นเธอจึงไม่รู้ซึ้งจริงๆ ว่าพฤติกรรมและความรู้สึกของฆาตกรที่แท้จริงมันเป็นอย่างไร
เฉินซื่อหยิบเอกสารรายงานการชันสูตรพลิกศพมาจากมือของเธอ พลิกเปิดออกดูพลางเอ่ย “ถ้าคุณเชื่อใจผม ผมสามารถช่วยให้คุณได้เลื่อนขั้นรับเหรียญความดีความชอบชั้นหนึ่งได้สบายๆ เลยนะ”
เฉินซื่อกวาดสายตาอ่านข้อความในรายงานการชันสูตรพลิกศพพลางพึมพำเสียงเบา “‘ร่องรอยการรัดคอแสดงให้เห็นว่าคนร้ายเข้าจู่โจมจากทางด้านหลัง… แนวรอยแผลขนานไปกับใบหู… ตรวจพบร่องรอยของแอลกอฮอล์ในร่างกายของผู้ตาย… มีการร่วมเพศก่อนเสียชีวิต…’ เอ๊ะ แล้วในกระเพาะอาหารของผู้ตายตรวจพบแอลกอฮอล์บ้างไหม? ในรายงานนี้ไม่ได้ระบุเอาไว้นี่!”
หลินตงเสวี่ยนึกทบทวน “ผู้ตายทำงานเป็นทูตประชาสัมพันธ์ทางการแพทย์ ปกติเธอต้องออกงานสังคมพบปะผู้คนอยู่บ่อยๆ ตามคำให้การของเพื่อนร่วมงาน บอกว่าคืนนั้นเธอนัดกินข้าวเย็นกับลูกค้า”
“แล้วเธอได้ดื่มเหล้าไหม?”
“ก็น่าจะดื่มบ้างหรือเปล่าคะ?”
เฉินซื่อถึงกับหลุดขำออกมา “คุณหนูหลิน เวลาพวกคุณสืบคดีเนี่ย พวกคุณใช้ตรรกะอะไรในการวิเคราะห์กันแน่ฮะ?”
ใบหน้าของหลินตงเสวี่ยขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความอับอาย เธอรีบเถียงข้างๆ คูๆ “