หลินตงเสวี่ยไม่เคยเจอใครที่หน้าหนาขนาดนี้มาก่อน เธอจึงกดปุ่มยอมรับเพื่อเพิ่มเฉินซื่อเป็นเพื่อน แต่ไม่ลืมที่จะตั้งค่าบล็อกไม่ให้อีกฝ่ายเห็นพื้นที่ส่วนตัว (Moments) [4] ของเธอเด็ดขาด
เมื่อรถแล่นมาถึงสถานีตำรวจ หลินตงเสวี่ยก็เห็นหลินชิวผูและเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ยืนออรออยู่ข้างนอกราวกับมารอต้อนรับดาราดังเดินพรมแดง เจ้าหน้าที่ตำรวจต่างพากันกรูเข้ามาหาพลางเอ่ยปากชมหลินตงเสวี่ยที่ดวงดีเฮงสุดๆ ขับรถออกไปแป๊บเดียวก็สามารถคุมตัวผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมกลับมาได้ทันควัน
หลินชิวผูเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ “ตงเสวี่ย ถ้าคดีนี้คลี่คลายได้สำเร็จ พี่จะบันทึกความดีความชอบในคดีนี้ให้เธออย่างแน่นอน”
ในตอนนั้นเอง ประตูรถก็เปิดออก เฉินซื่อก้าวลงมาพร้อมรอยยิ้มพลางโบกมือทักทายทุกคน “สวัสดีครับทุกคน ผมชื่อเฉินซื่อ นี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว มีข้าวกล่องให้กินไหมครับ?”
ทุกคนถึงกับยืนอึ้ง… ในชีวิตการทำงานพวกเขาไม่เคยเจอผู้ต้องสงสัยคนไหนที่ทำตัวสนิทสนมกลมกลืนได้ขนาดนี้มาก่อน หลินตงเสวี่ยรีบกระซิบเตือน “ไอ้หมอนี่มันเจ้าเล่ห์มาก อย่าไปหลงกลมันนะคะ!”
หลินชิวผูหันไปสั่งเจ้าหน้าที่สองนาย “เสี่ยวไห่, เสี่ยวหวัง คุมตัวเขาไปที่ห้องสอบสวน!”