นหลินตงเสวี่ยที่สวมรองเท้าแตะรัดส้นที่เป็นหนังกลับเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด ถนนเส้นนี้พลุกพล่านไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่เดินกันขวักไขว่ การจะชักปืนยิงมั่วซั่วในสถานการณ์แบบนี้มีแต่จะทำให้เกิดความโกลาหล และไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะต้องกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งในวันพรุ่งนี้แน่
หลินตงเสวี่ยวิ่งตามไปได้เพียงไม่กี่ก้าว รองเท้าแตะข้างขวาก็ทรยศเธอด้วยการส่งเสียงดังกร๊อบ ส้นรองเท้าหักออกจากกัน หญิงสาวสะบัดรองเท้าทิ้งด้วยความหงุดหงิด แม้ว่าเศษหินเศษดินบนพื้นจะบาดฝ่าเท้าจนเจ็บแปลบ แต่เธอก็กัดฟันวิ่งไล่ตามต่อไป
ฝูงคนเริ่มแหวกทางออก หลินตงเสวี่ยเหลือบเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังวิ่งหนีสุดชีวิตอยู่ด้านหน้าเฉินซื่อ เมื่อระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือไม่ถึงสองเมตร เฉินซื่อก็กระโจนเข้าใส่และกดชายคนนั้นลงกับพื้นอย่างแรง ก่อนจะกระชากกระเป๋าถือของผู้หญิงออกมาจากมือของมัน
เฉินซื่อหยิบสายรัดพลาสติก (เคเบิ้ลไทร์) ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ล็อคข้อมือของชายหนุ่มคนนั้นไขว้หลังไว้ ผู้คนรอบๆ เริ่มเข้ามามุงดูและเอ่ยปากชื่นชมในความมีน้ำใจนักกีฬาและความยุติธรรมของเฉินซื่อที่ยอมเสี่ยงชีวิตเข้าช่วย
หลินตงเสวี่ยถึงกับยืนอึ้ง…ที่เขาจู่ๆ พุ่งออกจากรถอย่างบ้าคลั่ง เป็นเพราะต้องการจะช่วยจับโจรวิ่งราวหรอกเหรอ?
หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเดินฝ่าฝูงชนออกมาพลางร้องไห้โฮ “ขอบคุณมากนะคะคุณน้อง! นี่มันเป็นเงินที่ฉันอุตส่าห์ดิ้นรนหามาเพื่อเป็นค่ารักษาพยาบา