หลินตงเสวี่ยเดินลงไปยังลานจอดรถใต้ดินตามความเคยชิน ก่อนที่ความจริงจะย้ำเตือนเธอว่า รถของเธอกำลังจอดซ่อมอยู่ที่อู่… เมื่อสองสัปดาห์ก่อน เธอขับรถไล่ล่าผู้ต้องสงสัยอย่างบ้าคลั่งจนรถพังยับเยิน แถมยังฝ่าฝืนกฎจราจรไปเป็นสิบข้อในรวดเดียว ผลคือแต้มใบขับขี่ถูกหักจนหมดเกลี้ยง มิหนำซ้ำยังโดนทัณฑ์บนข้อหาขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาจากการวู่วามครั้งนั้นอีกด้วย
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้แล้วอารมณ์เสีย เธอจึงเปลี่ยนใจเดินออกไปข้างนอก ทันใดนั้น รถเก๋งตำรวจคันหนึ่งก็บีบแตรใส่พลางชะลอความเร็วลงมาจอดข้างๆ กระจกหน้าต่างค่อยๆ เลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของชายคนหนึ่ง “ตงเสวี่ย ให้ฉันไปส่งไหม!”
“ไม่จำเป็น!” หลินตงเสวี่ยปฏิเสธอย่างเย็นชา
“ทะเลาะกับพี่ชายมาอีกแล้วล่ะสิ?” เมื่อประเมินจากน้ำเสียงและสีหน้า ‘สวี่เสี่ยวตง’ ผู้ชาญฉลาดก็เดาสถานการณ์ได้ถูกต้องทันที “ทำไมต้องทำหน้าบูดบึ้งขนาดนั้นด้วยล่ะ? กัปตันทีมสืบสวนคดีอาชญากรรมคือพี่ชายแท้ๆ ของเธอนะ คนอื่นเขาอยากจะสนิทกับกัปตันใจจะขาดแต่ทำไม่ได้ ถ้าฉันเป็นเธอ ฉันคงนอนยิ้มจนฝันหวานไปแล้ว”