หลินตงเสวี่ยหยุดฝีเท้าลงกะทันหัน เลิกคิ้วขึ้นแล้วตวาดใส่ “ในสายตาของทุกคน ฉันก็เป็นแค่ ‘น้องสาวของกัปตัน’ ไม่เคยมีใครมองว่าฉันคือ ‘หลินตงเสวี่ย’ เลยสักคน! ถ้าอยากเป็นน้องสาวเขานัก นายก็ไปเป็นเองสิ ฉันไม่ได้อาลัยอาวรณ์ตำแหน่งนี้เลยสักนิด!” พูดจบเธอก็ก้าวฉับๆ เดินหนีออกจากลานจอดรถทันที
“ฉันก็แค่พูดเปรยๆ ขึ้นมาเฉยๆ ประโยคไหนมันไปสะกิดต่อมโมโหของเธอเข้าล่ะเนี่ย?” สวี่เสี่ยวตงเกาหัวด้วยความมึนตง
หลังจากเดินผ่านทางแยกมาสองสามแห่ง หลินตงเสวี่ยคำนวณแล้วว่าเธอคงไม่บังเอิญไปเจอสวี่เสี่ยวตงอีก เพราะเธอเลี่ยงเส้นทางปกติที่เขาใช้ขับออกจากสถานีตำรวจมาแล้ว หญิงสาวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อเรียกใช้บริการหวังเยว่เชอ ระบบขึ้นว่าคนขับกดรับออเดอร์ในไม่กี่วินาที ทว่าหลังจากยืนรออยู่ห้านาที ไอคอนรูปรถบนแผนที่กลับไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย หลินตงเสวี่ยจึงกดโทรหาคนขับทันที “นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ฉันยืนรอตรงนี้มาห้านาทีเต็มๆ แล้วนะ!”
ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้รู้สึกผิดเลยสักนิด “ขอโทษทีครับคนสวย พอดีผมมีสถานการณ์ฉุกเฉินนิดหน่อย คุณช่วยเดินมาหาผมหน่อยได้ไหมครับ?”
“ช่างเถอะ! ฉันจะยกเลิกแล้วเรียกคันใหม่!”
“อย่าเพิ่งสิครับ เอาแบบนี้ เดี๋ยวผมลดค่าโดยสารให้ 20% เลย โอเคไหม? คุณเห็นร้านซุปเนื้อวัวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามไหมครับ?”
“เห็นแล้ว มีอะไร?”