เมื่อเข้ามานั่งที่เบาะหลัง หลินตงเสวี่ยก็เหลือบไปเห็นป้ายอนุญาตขับขี่ที่ติดไว้ มีชื่อระบุว่า“เฉินซื่อ”ชายหนุ่มปรับกระจกมองหลังเล็กน้อย สายตาหลุกหลิกคู่หนึ่งเลื่อนมาหยุดอยู่ที่บริเวณหน้าอกของหลินตงเสวี่ย ก่อนที่เขาจะเอ่ยปากถาม “จะไปไหนครับคนสวย?”
“คุณปัญญาอ่อนหรือเปล่า? ตอนรับออเดอร์ไม่ได้ดูที่อยู่เหรอ?”
“ขอโทษทีครับ พอดีเมื่อก่อนเคยขับแท็กซี่เลยติดนิสัยชอบถามเวลาคนขึ้นรถ… ชวนคุยแก้เหงาไปงั้นแหละ ไม่มีสาระอะไรหรอก”
“ใครอยากจะคุยกับคุณ? อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย!”
หลังจากขับรถไปได้สักพักท่ามกลางความเงียบ หลินตงเสวี่ยก็สังเกตเห็นว่าสายตาแทะโลมคู่นั้นยังคงจับจ้องมาที่เธอผ่านกระจกมองหลังอยู่เรื่อยๆ ทำให้เธอหงุดหงิดมาก หญิงสาวตบไปที่พนักพิงเบาะคนขับ “มองถนนหน่อยได้ไหม? เลิกทำตัวโรคจิตซะที”
“ผมไม่ได้จ้องคุณนะ ผมกำลัง ‘สังเกต’ คุณอยู่ต่างหาก”
หลินตงเสวี่ยหัวเราะหึในลำคอ “แล้วคุณสังเกตเห็นอะไรไม่ทราบ?”
“ตับของคุณกำลังมีไฟสุมรุมเร้า [3] ช่วงนี้คุณมีอาการนอนไม่หลับ ตื่นเช้ามาแล้วขมในคอ แถมลิ้นยังมีฝ้าขาว [4] ใช่ไหมล่ะ?”
“ค…คุณรู้เรื่องแพทย์แผนจีนด้วยเหรอ?!”
“ก็พอรู้สะเปะสะปะงูๆ ปลาๆ น่ะครับ” เฉินซื่อหัวเราะพลางหยิบบุหรี่ซองหนึ่งออกมาจากกล่องเก็บของหน้ารถ
“นี่! ห้ามสูบบุหรี่ในรถนะ! ไม่มีมารยาทเลยหรือไง?”