คนขับหันกลับมา ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ตามแบบฉบับชายวัยกลางคนผู้เจนโลก ทว่าดวงตากลับแฝงความเฉียบคม เขาโต้แย้งว่า “ถ้าคุณจะพูดแบบนั้น ผมคงต้องขอแลกเปลี่ยนทฤษฎีกับคุณหน่อยแล้ว จากจุดที่คุณยืนอยู่ตอนแรกมาถึงตรงนี้ มันเป็นเส้นตรงระยะทางแค่ 50 เมตรเองนะ แต่ถ้าผมต้องขับรถไปรับคุณ ผมต้องขับอ้อมบล็อกถนน ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 10 นาทีถึงจะไปถึง มองในมุมนี้ผมไม่ได้ทำให้คุณเสียเวลาห้านาทีนะ แต่ผมช่วยประหยัดเวลาให้คุณไปห้านาทีต่างหาก ส่วนเรื่องล้างรถเนี่ย เป็นเพราะผมเป็นพวกเผด็จการรักความสะอาด (Clean Freak) มีขี้นกติดอยู่บนกระจกหน้ารถแบบนั้นผมดูแล้วมันขัดตา และถ้าผมไม่มีสมาธิเพราะมัวแต่มองขี้นกมันอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ คุณว่าระหว่างล้างรถเพื่อการบริการที่ดีขึ้น กับการขับรถไปพร้อมความเสี่ยงแบบนั้น อย่างไหนมันดีกว่ากันล่ะ?”
“เหอะ ขุดข้ออ้างมาพูดได้เรื่อยๆ” หลินตงเสวี่ยพ่นลมหายใจ “ต่อให้ที่พูดมาเป็นเรื่องจริง แล้วทำไมไม่โทรบอกฉันก่อนล่ะ ปล่อยให้ฉันยืนรอตั้งห้านาทีทำไม?”
“อันนั้นผมผิดเองครับ พอดีตอนนั้นผมติดสายอยู่ แม่ผมเป็นโรคเส้นเลือดในสมองอุดตัน [2] เพิ่งผ่าตัดเอาลิ่มเลือดออกเสร็จ หมอเลยโทรมาแจ้งอาการพอดี คุณว่าสายสำคัญขนาดนี้ผมจะไม่รับได้ยังไง?”
หลินตงเสวี่ยถึงกับพูดไม่ออก “โอเคๆ พอได้แล้ว ไม่ต้องมาดราม่าเรียกความสงสาร สตาร์ทรถได้แล้ว!”