ดวงตาของเขากลอกไปมาเล็กน้อย ก่อนจะหยุดลงที่กู้หย่วน กู้หย่วนรู้สึกตึงเครียดขึ้นมาทันที ราวกับถูกมองทะลุปรุโปร่งไปถึงข้างใน ท่าทีของเขายิ่งดูนอบน้อมขึ้นไปอีก
“นี่คือศิษย์ของเจ้าสินะ รากฐานบริสุทธิ์และมั่นคง พรสวรรค์และรากกระดูกก็ดี เพลงกระบี่ก็ยอดเยี่ยม แถมอายุยังน้อย ถือว่าเป็นเด็กที่ไม่เลวเลยทีเดียว”
“ศิษย์ที่ดีแบบนี้ หาให้ทั่วทั้งสำนักยอดเขาโอสถก็ยังมีไม่กี่คน เจ้าหนูนี่โชคดีได้ของล้ำค่ามาครอบครองจริงๆ!”
ยิ่งพินิจดูกู้หย่วน ดวงตาของเจินจวินคูมู่ก็ยิ่งเป็นประกาย แฝงไว้ด้วยความชื่นชมยินดี
“ให้ท่านลุงต้องมาเห็นเรื่องขำขันแล้วขอรับ”
นักพรตเฮ่อหลิงขยับตัวเล็กน้อย บังหน้ากู้หย่วนไว้อย่างแนบเนียน แล้วเอ่ยถาม
“การลงเขาของท่านลุงในครั้งนี้ ไม่ทราบว่าท่านประมุขสำนักมีคำสั่งอะไรมาหรือเปล่าขอรับ?”
“ไอ้หนูเอ๊ย หรือว่าเจ้ากลัวข้าจะแย่งลูกศิษย์เจ้าไปรึไง?”
เจินจวินคูมู่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ความสูงของเขาอยู่แค่ระดับหัวไหล่ของนักพรตเฮ่อหลิงเท่านั้น เขาชี้หน้านักพรตเฮ่อหลิงพลางด่าทอ
“บอกไว้เลยนะว่า ข้าไม่ได้สนใจหรอกเว้ย!”
แม้สีหน้าจะดูแข็งทื่อไร้อารมณ์ ทว่าอารมณ์ของเขากลับร้อนแรงดั่งไฟ นึกจะด่าก็ด่า
นักพรตเฮ่อหลิงไม่โกรธเลยแม้แต่น้อย กลับยิ้มประจบประแจง
“ท่านลุงเข้าใจผิดแล้วขอรับ… หลานจะไปมีความคิดแบบนั้นได้ยังไง”
“หึ… เจ้าเล่ห์นักนะ!”
เจินจวินคูมู่ส่ายหน้า ก่อนจะกล่าวว่า
“การลงเขามาทำภารกิจในครั้งนี้