นคูมู่โบกมือปัด ไม่ได้พูดอะไรต่อ แล้วหันไปคุยเรื่องภายในสำนักกับนักพรตเฮ่อหลิงแทน
หลังจากได้ของดีมา กู้หย่วนก็ทำตัวสงบเสงี่ยมเจียมตัว ยืนฟังอยู่เงียบๆ ไม่ปริปากพูดอะไรอีก
ไม่นานนัก สองศิษย์อาจารย์ก็ขอตัวลาเจินจวินคูมู่ แล้วเดินกลับไปยังอาคารหอคอยหลังหนึ่ง
“ท่านปู่ทวดคูมู่ของเจ้าคนนี้ แม้จะมาจากขั้วอำนาจสายตระกูล แต่ท่านก็มีความสัมพันธ์อันดีกับอาจารย์ของข้า ซึ่งก็คืออาจารย์ปู่ของเจ้า หากมีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถไปขอความช่วยเหลือจากท่านได้ แน่นอนว่าท่านจะยอมช่วยหรือไม่ ก็ไม่อาจล่วงรู้ได้”
ระหว่างทาง นักพรตเฮ่อหลิงก็ลอบส่งเสียงผ่านจิตมาบอก
เรื่องเล็กช่วยได้ นั่นก็หมายความว่าเรื่องใหญ่ช่วยไม่ได้สินะ… กู้หย่วนพยักหน้ารับ
“ศิษย์เข้าใจแล้วขอรับ!”
“เหลือเวลาอีกครึ่งเดือน ตำหนักเซียนมังกรชาดก็จะเปิดแล้ว เจ้าไม่มีโควตา คงเข้าไปข้างในกับอาจารย์ไม่ได้หรอก แต่ปราณวิญญาณบนเรือมังกรเหินเวหาลำนี้หนาแน่นมาก แถมยังมีค่ายกลอาคมหวงห้ามติดตั้งไว้ด้วย อาหารการกินและเครื่องใช้สอยต่างๆ ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าในสำนักเลย เจ้าก็ใช้โอกาสนี้เก็บตัวบำเพ็ญเพียรไปก่อนก็แล้วกัน อาจารย์ยังมีธุระต้องไปจัดการ หากมีอะไรสงสัย ก็ถามพวกนางได้เลย”
นักพรตเฮ่อหลิงเรียกสาวใช้มาสองคน ให้คอยรับใช้ดูแลกิจวัตรประจำวันของกู้หย่วน ก่อนจะเดินจากไปอย่างพลิ้วไหว
“บ่าวชิวจื่อ ชิวเยว่ คารวะคุณชายกู้เจ้าค่ะ”
สาวใช้สองคนรูปร่างอรชรอ้อนแอ้