การที่สามารถกระทำการเอิกเกริกและจัดขบวนทัพใหญ่โตถึงเพียงนี้ได้ เห็นได้ชัดว่าคนของตระกูลหลี่ที่มาในครั้งนี้ ช่างโอหังและชอบโอ้อวดเสียจริง!
คนผู้นี้ เกรงว่าคงไม่ใช่พวกที่มีนิสัยถ่อมตนและเป็นมิตรอย่างแน่นอน
ลู่หมิง อวี๋เจิ้งเม่า และคนอื่นๆ ที่อยู่ด้านข้าง เมื่อเห็นภาพนี้ สีหน้าก็ดูไม่ค่อยสู้ดีนัก
พวกเขาต่างก็ภาคภูมิใจในชาติกำเนิดที่ไม่ธรรมดาของตนเอง และล้วนเป็นหัวกะทิในหมู่คนรุ่นใหม่ ยามปกติเวลาเดินทางไปไหนมาไหน ก็มักจะมีข้าทาสบริวารคอยติดตามปรนนิบัติ ขบวนก็ใหญ่โตไม่เบา
ทว่าเมื่อนำมาเทียบกับคุณชายตระกูลหลี่ที่อยู่ในรถม้าคันนั้นแล้ว กลับดูด้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด แล้วเช่นนี้จะให้พวกเขาพอใจได้อย่างไร?
“พวกเราไปกันเถอะ อีกประเดี๋ยวนักพรตเฮ่อหลิงก็จะมาถึงแล้ว อย่าให้ท่านนักพรตต้องรอนาน”
เซี่ยซิ่วเสวี่ยเอ่ยเรียกทุกคน
ทุกคนย่อมไม่มีข้อโต้แย้ง พากันเดินลงไปชั้นล่างตามคำบอก
กู้หย่วนก็เดินตามหลังทุกคนไป ทว่าในตอนนั้นเอง หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มคนหนึ่งก็ขยับเข้ามาใกล้
“พี่กู้ ได้ยินมาว่าท่านเชี่ยวชาญเพลงกระบี่ บังเอิญจริง น้องสาวเองก็เคยเรียนเพลงกระบี่นางแอ่นร่ำร้อง มาวิชาหนึ่งเหมือนกัน…”