มันมีความมั่นใจในตัวเอง คิดว่าหากต้องรับมือกับผู้ฝึกยุทธระดับเทียนเหรินสองคน มันก็ยังพอจะฝืนรับมือไหว
แต่ถ้าหากเป็นผู้ฝึกยุทธระดับเทียนเหรินถึงสี่คน… รวมไปถึงพวกที่หลบซ่อนตัวอยู่ในเงามืดอีก นั่นก็เกินขีดความสามารถของมันไปแล้ว
“เซี่ยหมิงหยาง เจ้าปกป้องไอ้เด็กนี่ไว้ไม่ได้หรอก! เพราะข้าหมายหัวมันไว้แล้ว ย่อมต้องฆ่ามันให้จงได้!”
ชายชราแซ่อู๋ปรายตามองกู้หย่วนอย่างมาดร้ายแวบหนึ่ง ก่อนจะแค่นเสียงเย็นชา
“ไม่เพียงแต่ไอ้เด็กนี่ แม้แต่เจ้า และหออวี้ติ่งของเจ้า ชายชราก็จะไม่ละเว้น พวกเจ้าทุกคน ล้วนต้องตาย!”
“ช่างกล้าพูดนักนะ!”
น้ำเสียงเย็นชาสายหนึ่งดังขึ้น เสียงนั้นไม่ได้ดังมากนัก แต่กลับดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของทุกคนอย่างชัดเจน
“หออวี้ติ่งคือทรัพย์สินของยอดเขาโอสถของข้า ต่อให้เป็นนิกายกู่เสิน หรือนิกายหยวนหมิง ก็ยังไม่กล้าพ่นวาจาสามหาวเช่นนี้ เจ้าเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธระดับเทียนเหรินกระจอกๆ คนหนึ่ง กลับกล้าคิดจะทำลายทรัพย์สินของยอดเขาโอสถของข้าเชียวรึ?”
ผู้คนต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่มีใครรู้ว่าต้นเสียงมาจากที่ใด