หยางราวกับมองทะลุความคิดของนาง เขากล่าวเสียงเรียบ
“ใต้หล้านี้กว้างใหญ่ไพศาล มีเรื่องแปลกประหลาดมากมาย”
“ในใต้หล้านี้ กระทั่งวิธีที่ทำให้คนก้าวข้ามขีดจำกัด ทะยานขึ้นสู่ขอบเขตจินตันในรวดเดียวยังมีเลย นับประสาอะไรกับแค่ระดับเซียนเทียนเล่า?”
“ทว่าไอ้หนู่นี่ก็ถือว่ามีวาสนาไม่เบา คงจะเอามาตรฐานเดิมๆ มาตัดสินเขาไม่ได้อีกแล้ว อีกอย่าง ตอนนี้ตำหนักเซียนกำลังจะเปิดออก เมืองเป่ยเหลียงไปจนถึงเมืองเซิ่งหยาง ยิ่งทวีความวุ่นวายโกลาหล นี่แหละคือช่วงเวลาที่ต้องการคนมีฝีมือ”
เมื่อเอ่ยถึงคำว่าตำหนักเซียน นัยน์ตาของเซี่ยมิ่งหยางก็ทอประกายร้อนแรงวูบหนึ่ง เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ แล้วเอ่ยว่า
“เอาอย่างนี้แล้วกัน เดี๋ยวเจ้าไปที่คลังสมบัติชั้นสอง เบิกโอสถหวงเหลียงตันหนึ่งขวด กับโอสถกระดูกพยัคฆ์บำรุงไขกระดูกหนึ่งเม็ด แล้วนำไปมอบให้กู้หย่วนด้วยตัวเอง บอกเขาว่านี่คือของขวัญแสดงความยินดีจากข้าที่เขาก้าวขึ้นสู่ระดับเซียนเทียนได้สำเร็จ เชื่อว่าเขาคงจะเข้าใจความหมายของข้าดี จำไว้ล่ะ ทำตัวให้นอบน้อมหน่อย”
“เจ้าค่ะ!”
เซี่ยซิ่วเสวี่ยรับคำด้วยสีหน้าซับซ้อน
ทว่าเมื่อเซี่ยซิ่วเสวี่ยเดินทางมาถึงท้ายตรอกฉางก้ง และเคาะประตูหน้าบ้าน คนที่มาเปิดประตูให้กลับไม่ใช่กู้หย่วน แต่เป็นบิดามารดาของเขาแทน
อีกทั้งกู้หย่วนยังคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่าต้องมีคนมาหา จึงได้ฝากข้อความทิ้งไว้
โดยบอกว่าเขาต้องออกไปทำ