ั่นสีเขียวอมดำ กลิ่นอายพลังน่าครั่นคร้าม กล้ามเนื้อบนเรือนร่างปูดโปนเป็นมัดๆ บนแผ่นหลังปรากฏลวดลายกระดองเต่า แผ่ซ่านกลิ่นอายแห่งยุคบรรพกาลออกมา
ส่วนกระบี่ชิวฉุ่ยในมือของเขาก็ส่งเสียงร้องกังวาน แผ่รังสีอำมหิตที่ดุดันและคุกคามออกมา!
จิตสังหารอันรุนแรงนี้ ทำเอาแม้แต่เฉินฉียังอดหวั่นไหวไม่ได้
เขาจ้องมองกู้หย่วนครั้งแล้วครั้งเล่า ผ่านไปครู่หนึ่ง จึงถอนหายใจออกมา
“หล่อหลอมกระดูกบรรลุขั้นสมบูรณ์ ฝึกวิชาสายแข็งแกร่งบรรลุขั้นต้น แถมยังมีเพลงกระบี่นี้อีก… ดูท่าตาเฒ่าอย่างข้าจะประเมินเจ้าต่ำไปจริงๆ สินะ!”
“นับตั้งแต่ข้าถ่ายทอดเคล็ดวิชาเต่าลี้ลับซ่อนกระดองให้เจ้าจนถึงตอนนี้ เกรงว่าคงยังไม่ถึงหนึ่งเดือนด้วยซ้ำกระมัง?”
เฉินฉีมองกู้หย่วนด้วยสายตาลึกล้ำ
“น่าเสียดายจริงๆ ต้นกล้าชั้นยอดเช่นนี้… หากรู้แต่แรกว่าจะเป็นแบบนี้ บางทีตาเฒ่าอย่างข้าคงทำทุกวิถีทางเพื่อรับเจ้าเป็นศิษย์แน่ๆ”
“นั่นน่าเสียดายจริงๆ ขอรับ”
สีหน้าของกู้หย่วนยังคงราบเรียบไม่เปลี่ยน
“ไอ้หนูอย่างเจ้ายังคงรอบคอบเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ”
เมื่อเห็นกู้หย่วนยังคงตั้งการ์ดระวังตัวไม่ลดละ เฉินฉีก็หัวเราะพลางโบกมือไปมา
“วางใจเถอะ ตอนนี้ข้าเพิ่งจะใช้วิชามารฟ้าช่วงชิงมรรค เพิ่งจะหล่อหลอมรากฐานร่างกายให้ตัวเองเสร็จใหม่ๆ ยังไม่มีพลังการบำเพ็ญเพียรใดๆ ติดตัว ดังนั้น ข้าฆ่าเจ้าไม่ได้หรอก และก็ไม่คิดจะฆ่าเจ้าด้วย จิตสังหารเมื่อครู่นี้ เป็นเพียงเพรา