ับหนู เล่าเรื่องราวให้กู้หย่วนฟัง
“เจ้ากำลังจะบอกว่า ที่เจ้าขโมยของมาเนี่ย ถือเป็นการทำความดีงั้นรึ?”
สีหน้าของกู้หย่วนดูพิลึกพิลั่นขึ้นมาทันที แต่พอฟังอาหวงอธิบายจบ เขาก็พอจะเข้าใจเรื่องราวคร่าวๆ:
“ความหมายของเจ้าก็คือ ภายในแก๊งชิงจู๋ มีตาเฒ่าที่น่ากลัวมากๆ คนหนึ่งซ่อนตัวอยู่ ตาเฒ่านั่นไม่ใช่คนดี และของชิ้นนี้เจ้าก็ไปขโมยมาจากข้างกายตาเฒ่านั่นใช่ไหม?”
แก๊งชิงจู๋งั้นรึ?
แถมไม่ใช่คนดีด้วย?
กู้หย่วนลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีปัญหาแล้ว!
เคล็ดกระบี่คร่าวิญญาณเป็นถึงวิชายุทธ์ระดับสุดยอด กู้หย่วนยอมรับเลยว่าเขาเองก็ทนต่อสิ่งล่อใจนี้ไม่ไหวเหมือนกัน ในเมื่อได้มาแล้ว เขาก็ต้องเลือกที่จะฝึกฝนมันอย่างแน่นอน
เพียงแต่ของชิ้นนี้ได้มาอย่างไม่ถูกต้องนัก การขโมยของคนอื่นมาหน้าด้านๆ แล้วทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นเจ้าข้าวเจ้าของอย่างหน้าตาเฉย เรื่องแบบนี้กู้หย่วนทำใจยอมรับไม่ได้จริงๆ
ดังนั้นกู้หย่วนจึงตั้งใจว่าถึงจะเรียนวิชานี้ แต่ยังไงก็คงต้องให้อาหวงเอาของกลับไปคืนอยู่ดี
แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่ใช่คนดีล่ะก็ นั่นมันเยี่ยมไปเลย!
ของชิ้นนี้ตกมาอยู่ในมือเขาแล้ว ก็ถือว่าเป็นของเขา การที่กู้หย่วนจะยึดครองไว้เป็นของตัวเอง ก็ถือเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลและชอบธรรมที่สุดแล้ว!
ถึงตอนนี้ กู้หย่วนก็เข้าใจแล้วว่า ทำไมเมื่อครู่นี้พวกนักเลงแก๊งชิงจู๋บนถนนถึงได้ทำตัวเหมือนหมาบ้า เที่ยวตั้งด่านสกัดกั้