“ขอรับ!”
ลูกจ้างถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ทว่าเมื่อมองไปยังหลงจู๊ของตนที่มีสีหน้าทะมึนเยียบเย็น แผ่นหลังของเขาก็พลันเย็นวาบขึ้นมา รีบพยักหน้าหงึกหงัก
“หลงจู๊วางใจได้ ข้าจะนำคำพูดไปถ่ายทอดให้ครบถ้วนขอรับ!”
พูดจบก็หันหลังวิ่งพรวดพราดออกจากร้านไปทันที ราวกับถูกสุนัขไล่กวดก็ไม่ปาน
หลงจู๊สวีถึงได้เดินมาที่ประตู ชะโงกหน้าออกไปดูให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น จึงปิดประตูร้าน แล้วเดินขึ้นไปยังชั้นสอง เปิดประตูห้องปีกด้านข้างออก
เขาล้วงเอาหีบไม้ออกมาจากใต้เตียง บนหีบมีแม่กุญแจเหล็กคล้องเอาไว้
หลงจู๊สวีหยิบกุญแจออกมาไขเปิดมัน
ด้านในยังมีกล่องไม้ความสูงครึ่งฉื่อ (ราวครึ่งฟุต) วางอยู่อีกใบ พื้นที่ว่างด้านข้างมีเศษเงินก้อนเล็กๆ กองอยู่จำนวนหนึ่ง พร้อมด้วยปึกตั๋วเงินมูลค่าหนึ่งร้อยตำลึง ห้าสิบตำลึง และยี่สิบตำลึงปะปนกันไป
เขาหยิบตั๋วเงินทั้งหมดออกมานับดู จำนวนรวมสามร้อยตำลึงพอดี
กล้ามเนื้อบนใบหน้าของหลงจู๊สวีกระตุกริกๆ
เงินพวกนี้ คือเงินเก็บค่อนชีวิตที่เขาอุตส่าห์สะสมมาเชียวนะ!
แต่เดี๋ยวก็ต้องเอาไปประเคนให้คนอื่นเสียแล้ว
ตอนนี้แค่คิด เขาก็รู้สึกปวดใจ ปวดตับ ปวดร้าวไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัว