กู้หย่วนกล่าวขอบคุณอย่างจริงจัง เขาดูออกว่าเฉิงกังผู้นี้เป็นคนตรงไปตรงมาและมีน้ำใจ จึงอดสงสัยไม่ได้และเอ่ยถามไปว่า
“พี่ชายดูไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไปเลย น่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธใช่ไหมขอรับ แล้วทำไมถึงเรียกตัวเองว่าคนเก็บสมุนไพรล่ะ?”
เขาเข้าใจความหมายของคำว่าคนเก็บสมุนไพรดี แต่ตลอดทางที่เดินมา เขาเจอคนเก็บสมุนไพรหลายคน ซึ่งแทบทุกคนล้วนมีวรยุทธ์ติดตัว ไม่ใช่คนธรรมดาหาเช้ากินค่ำ เรื่องนี้ทำให้เขาประหลาดใจไม่น้อย
“การเก็บสมุนไพรคืออาชีพหาเลี้ยงปากท้องและหาเงินมาฝึกยุทธของข้า ส่วนวิชายุทธก็คือเครื่องมือที่ใช้ปกป้องชีวิต สองอย่างนี้มันไม่ได้ขัดแย้งกันเลยนี่”
เฉิงกังเองก็รู้สึกว่าคำพูดคำจาและท่าทางของกู้หย่วนดูแตกต่างจากชาวบ้านป่าชาวเขาธรรมดาทั่วไปอยู่บ้าง แต่ด้วยนิสัยใจกว้าง เขาจึงไม่คิดเล็กคิดน้อยและตอบกลับไปตามตรง:
“เจ้าอาจจะไม่รู้ ในป่าลึกมีสัตว์ดุร้ายชุกชุม แถมยังมีพวกภูตผีปีศาจอีกต่างหาก คนเป็นคนเก็บสมุนไพร ถ้าไม่มีวรยุทธ์ติดตัวแล้วทะเล่อทะล่าเข้าไปเก็บสมุนไพรในป่าล่ะก็… มันก็ไม่ต่างอะไรกับการรนหาที่ตายหรอก”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง…”
กู้หย่วนกลับมองเห็นภาพที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้น: