“คนหายไปไหนแล้ววะ? ไอ้เด็กนั่นมันหายหัวไปไหนแล้ว?”
“หรือว่ามันจะรู้ตัวว่าพวกเราตามมา ก็เลยแอบซ่อนตัวไปแล้ว?”
“เป็นไปไม่ได้หรอกน่า! เราทิ้งระยะห่างตั้งไกลขนาดนี้ ไอ้เด็กนั่นมันไม่ได้จมูกไวเป็นหมาซะหน่อย มันจะไปรู้ตัวได้ยังไง?”
“แล้วเอาไงดีพี่กุ้ย? เราจะดักรออยู่แถวนี้ไหม?”
“รอพ่องมึงสิ! อากาศหนาวจะตายชัก เอ็งบ้าหรือข้าบ้ากันแน่ ถึงจะมายืนรอทรมานตัวเองอยู่ตรงนี้?”
ต่งกุ้ยลูบคางพลางวิเคราะห์
“ไอ้เด็กนั่นมันพกมีดตัดฟืนมาด้วย คงจะมาหาฟืนนั่นแหละ เอาเป็นว่าเดี๋ยวเราค่อยรอมันตอนขากลับละกัน คอยดูว่ามันแบกฟืนกลับมาหรือเปล่า ถึงตอนนั้นพ่อบ้านอู๋ถาม เราก็จะได้มีเรื่องไปรายงาน”
“งั้นไปเถอะพี่ กลับกัน!”
รอจนกระทั่งสองคนนั้นเดินลับตาไป กู้หย่วนจึงค่อยๆ ยืดตัวขึ้นมา สีหน้าเคร่งขรึมเย็นชา
“พ่อบ้านอู๋นั่น… ทำงานรับใช้เฉียนอวิ๋นเจี๋ยจริงๆ ด้วย! ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์นั่นถึงขนาดส่งคนมาคอยจับตาดูข้า เห็นชัดๆ เลยว่ากลัวข้าจะแก้แค้นแล้วทำเรื่องให้บานปลายสินะ”