คนพวกนั้นไม่สนใจความเป็นตายของเขาเลยแม้แต่น้อย ทำเพียงขี่ม้าหัวเราะร่าต้อนฝูงสุนัขเข้าป่าไป
โชคยังดีที่บิดามารดาในชาตินี้ของเขาได้ข่าว จึงผลัดกันแบกร่างกู้หย่วนกลับมาที่บ้าน และไปตามหมอมารักษา
จนกระทั่งเมื่อครู่ กู้หย่วนถึงได้ฟื้นคืนสติและตื่นรู้ถึงความทรงจำของร่างนี้ในที่สุด
“ปล่อยหมามากัดคนไม่พอ ลับหลังยังไม่เหลียวแลไยดี มองข้าเป็นแค่หมูหมา ไอ้ระยำเฉียนอวิ๋นเจี๋ยเอ๊ย… ยุคสมัยบัดซบนี่ คนชนชั้นล่างไม่มีสิทธิมนุษยชนเลยสินะ!”
เมื่อนึกย้อนไปถึงฉากที่ถูกฝูงสุนัขล่าเนื้อรุมขย้ำเมื่อสามวันก่อน กู้หย่วนก็รู้สึกปวดแปลบที่บาดแผลขึ้นมาอีกครั้ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนึกถึงภาพของเด็กหนุ่มท่าทางโอ่อ่าในชุดรัดกุมผู้เป็นหัวโจกสะพายคันธนูยาวนั่งอยู่บนหลังม้ามองต่ำลงมาที่เขาด้วยแววตารังเกียจเดียดฉันท์ กู้หย่วนก็ยิ่งขบกรามกรอดด้วยความแค้นใจ
แต่ตอนนี้กู้หย่วนไม่มีเวลาให้คิดฟุ้งซ่าน ท้องของเขาร้องประท้วงด้วยความหิว ลำคอก็แห้งผากจนเจ็บไปหมด สิ่งเดียวที่ต้องการคือหาน้ำดื่มลูบคอสักหน่อย
เขาฝืนสังขารพยุงตัวลงจากเตียง แต่ผลคือขากลับอ่อนแรง ล้มคะมำกระแทกพื้นจนต้องสูดปากครางซี๊ดด้วยความเจ็บปวด