“โธ่เอ๊ย ลูกแม่ ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นแล้ว!”
จังหวะนั้นเอง หญิงชรารูปร่างผอมแห้งคนหนึ่งก็หอบกองเสื้อผ้าผลักประตูเข้ามา
เมื่อเห็นกู้หย่วนตื่นขึ้น นางก็ทั้งตกใจทั้งดีใจ รีบปรี่เข้ามาพยุงตัวเขาขึ้นอย่างลุกลี้ลุกลน
หญิงชราสวมกระโปรงผ้าหยาบ ผมหงอกขาวประปราย ดวงตาแดงช้ำ บ่งบอกถึงความร่วงโรยและเหนื่อยล้า
นางก็คือกู้หวังซื่อมารดาของกู้หย่วนนั่นเอง
กู้หย่วนถือโอกาสนั่งลงบนขอบเตียง ฝืนยิ้มบางๆ ออกมา
“ท่านแม่ ข้าไม่เป็นไร แค่คอแห้งนิดหน่อยขอรับ”
“ดีแล้ว ลูกแม่ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว!”
ขอบตาของกู้หวังซื่อยิ่งแดงระเรื่อด้วยความตื้นตัน นางรินน้ำให้เขาเสร็จก็รีบวิ่งออกไปจากห้อง
“เจ้าไม่ได้กินอะไรมาตั้งหลายวัน ดื่มน้ำรองท้องไปก่อนนะ เดี๋ยวแม่จะรีบไปทำกับข้าวมาให้”
กู้หย่วนยกชามกระเบื้องบิ่นๆ ขึ้นมาจิบน้ำ
น้ำเย็นใสช่วยชโลมลำคอที่แห้งผาก ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ไม่นานนัก อาหารก็เสร็จเรียบร้อย
หัวไชเท้าเค็มแห้งๆ หนึ่งจาน กับข้าวต้มใสแจ๋วอีกสองชาม
หัวไชเท้าดองน้ำเกลือปราศจากคราบน้ำมันแม้แต่น้อย ข้าวต้มยิ่งไม่ต้องพูดถึง มันต้มมาจากข้าวสารชั้นเลว รสชาติฝืดคอ มองดูแล้วช่างอนาถาจับใจ