กัน พูดไปก็ไร้ประโยชน์ ครั้งหน้าถ้าฉันพบว่าเธอไม่อยู่ในห้องโถงบรรพบุรุษดี ๆ ละก็ อย่าโทษว่าฉันใจร้ายก็แล้วกัน นอกจากนี้อยู่ให้ห่างจากซูม่านม่านด้วย!”
เฝ่ยไป๋ลู่ยิ้มเบา ๆ “ตกลง”
ไม่ว่าซูจือซินพูดอะไรก็ไม่สามารถกระตุ้นอารมณ์ของเฝ่ยไป๋ลู่ได้ เสมือนต่อยลงบนสำลี ซูจือซินไม่เคยเจอคนแบบนี้มาก่อน
ขณะมองแผ่นหลังเฝ่ยไป๋ลู่กลับไปยังทางที่เธอมา ซูจือซินก็จิกฝ่ามือ แค่นเสียงเย็น “คุณคิดว่าคนพวกนั้นในห้องโถงบรรพบุรุษเป็นคนดีแค่ไหนกัน? พวกเขาฆ่าคนไปมากมาย”
“ขอบคุณค่ะที่เตือน ฉันจะระวังตัว” เฝ่ยไป๋ลู่อึ้งไปสองสามวินาทีแล้วยิ้มให้เธอ
หลังจากเฝ่ยไป๋ลู่เดินไปแล้ว ซูจือซินที่ยืนอยู่ที่เดิมก็มีสีหน้าไม่เป็นธรรมชาติเล็กน้อย
น้ำเสียงของเธอตอนนี้กระท่อนกระแท่นเล็กน้อย “ทึกทักไปเองฝ่ายเดียว ฉันแค่อยากบอกคุณว่าทุกคนไม่ใช่คนดี ฉันไม่ได้เตือนอะไรคุณเลย”
ทันทีที่เธอปรากฏตัวขึ้นที่ห้องโถงบรรพบุรุษ เหมียวจื่ออั๋งซึ่งเฝ้าอยู่ที่ปากประตูก็เข้ามาต้อนรับทันที
ใบหน้าของเขาตื่นเต้น น้ำเสียงขอความดีความชอบ “หัวหน้า ฉันถามข้อมูลมาได้เยอะเลย”
คนทั้งสี่มองเฝ่ยไป่ลู่โดยพร้อมเพรียงกัน ดวงตาเป็นประกายราวกับกำลังมองสัตว์ประหลาด