้โด่งดังและเป็นสุดยอดตัวตนต่างก็ตายจากไปต่อหน้าฉู่โม่วคนแล้วคนเล่า
เมื่อไรก็ตามที่เทพสวรรค์สิ้นลมหายใจลง
ตำราและแผ่นหยกตรงหน้าชายชราก็ถูกอาบไปด้วยเปวลเพลิง
หนังสือตรงหน้าชายชราค่อย ๆ ลดจำนวนลง แม้ว่าจำนวนของหนังสือเหล่านี้จะน่าสะพรึงกลัวมากยิ่งขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป พวกมันก็ไม่อาจหยุดการถูกกลืนกินของเปลวเพลิงได้
เทพสวรรค์และผู้เป็นอมตะตายจากไปมากขึ้นและมากขึ้น
ท้ายที่สุด
ฉู่โม่วมองเห็นร่างมากมาย
ร่างกายกำยำของพวกเขาไปถึงขีดจำกัด และแต่ละคนปลดปล่อยรัศมีที่สามารถทำให้สวรรค์สั่นสะท้านออกมา ดวงดาว ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์นับไม่ถ้วนหมุนวนอยู่โดยรอบ ก่อเกิดเป็นทะเลที่มีขึ้นลง
ด้วยความคิดเดียว พวกเขาก็สามารถทำให้โลกนับไม่ถ้วนเจริญรุ่งเรืองขึ้นได้ และด้วยลมหายใจเดียว พวกเขาก็ทำให้วิถีเรียบง่ายขึ้นได้
ห้วงมิติและกาลเวลาเป็นเสมือนของเล่นเบื้องหน้าเขา
หนึ่งในนั้นนั่งขัดสมาธิอยู่ เขาคือนักบวชผู้มีสีหน้าเมตตากรุณาและธงปลิวไสวอยู่ข้างหลัง ระหว่างนั้น ศาสนิกชนก็ปรากฏขึ้นเกิดเสียงบทสวดดังกึกก้อง ทำให้ความเมตตาไร้ที่สิ้นสุดแผ่ขจายออกมา
อีกคนหนึ่งในร่างดอกไม้ถือกิ่งก้านเอาไว้ และดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์เจ็ดดอกเบ่งบานออกด้วยใบหน้าเศร้าโศก ยิ้มแย้ม และขมขื่น
นอกจากนี้ยังมีร่างวัยกลางคนผู้มีกระบี่ศักดิ์สิทธิ์สี่เล่มอยู่บนหลัง แต่ละเล่มห้อยลงมาจากมุมของสวรรค์และโลก มันปกคลุมไปด้วยเจตสังหารไร้ที่เปรียบที่ทรงพลังพอ