เอง
ฉู่โม่วพลันรู้สึกว่าร่างของเขาสว่างขึ้น ราวกับเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในความมืดที่ทำให้ทั่วทั้งร่างร้าวและแตกออก
เขาหันไปดูโชคชะตาตนเองโดยไม่รู้ตัว
ทว่าตอนนี้ บางสิ่งบางอย่างได้เปลี่ยนแปลงไปเหนือหัวของเขา
จิตวิญญาณปฐมกาลแห่งโชคชะตากำลังเปล่งแสงเสมือนดวงตะวัน ส่องประกายความศักดิ์สิทธิ์ออกไปไกลโพ้น เป็นสิ่งที่อยู่เหนือเมฆและม่านหมอก เสมือนเมฆสีทองนั้นกำลังแบกกงล้อทองคำเอาไว้
มวลเมฆและม่านหมอกสั่นสะเทือนไปพร้อม ๆ กัน ปลาไนตัวหนึ่งค่อย ๆ ปรากฏขึ้นให้เห็นราวกับเป็นสิ่งมีชีวิตเกิดใหม่ ณ ตอนนั้นมันยังดูเหมือนเป็นเพียงภาพมายาอยู่นิดหน่อย แต่ก็สามารถแหวกว่ายไปในธารเมฆและม่านหมอกได้อย่างสมจริงจนเห็นได้ด้วยตาเปล่า บ้างก็กระโดดขึ้นมาเหนือปุยเมฆและกลับลงไปใหม่เสมือนอยู่ในธารน้ำ ก่อให้หมู่เมฆกระจัดกระจายออกมาดูมีชีวิตชีวายิ่ง
มองไปยังภาพเบื้องหน้า
ฉู่โม่วก็อดไม่ได้ที่จะหลุดยิ้มออกมา
สร้างกงล้อท้องคำแห่งโชคชะตาขึ้นมา ควบแน่นกับเมฆาแห่งการเฉลิมฉลองที่อยู่เหนือหัว แถมยังสามารถสร้างปลาไนให้แหวกว่ายได้ด้วย
จนถึงตอนนี้…
เสมือนว่าเป็นไข่มุกที่เพิ่งถูกชำระล้างฝุ่นที่ผิวนอกออกและเปล่งประกายแสงศักดิ์สิทธิ์ออกมาสว่างไสว หรือไม่ก็นกน้อยในกรงทองที่ท้ายสุดก็ได้โบยบินออกมา ในยามที่ได้เห็นฟากฟ้าที่กว้างไกล ความรู้สึกถึงผืนน้ำที่รอให้โบยบินผ่านไปก็ผุดขึ้นมา
ฉู่โม่วจมไปในความรู้สึกเหล่านี้
เปรียบดั่งดวงตาขอ