งเขาได้เห็นภาพมายามากมายนับไม่ถ้วน ภาพที่กว้างไกลเหนือคณานับ มวลเมฆที่ลอยต่ำลงจนกระทั่งตัวเขานั้นไปอยู่เหนือดวงดาวต่าง ๆ มองเห็นกระแสของธารแห่งกาลเวลาเบื้องหน้า มองโลกต่าง ๆ และสรรพสิ่งมากมายเวียนว่ายตายเกิด เขานั่งลงและมองไปยังศิลปะมากมายที่หมุนเปลี่ยนตามกาลเวลา
เขารู้ว่านี่คือการที่ศูนย์กลางของโชคชะตาของเขากำลังควบแน่นกันอย่างสมบูรณ์
ก่อนหน้านี้คือเวลาที่สวรรค์และโลกแลกเปลี่ยนพลังงานกัน เรียกว่าผสานฟ้าดิน และมันทำให้ผู้ปลุกพลังยากที่จะเคลื่อนไหวหรือทำอะไรได้อย่างอิสระ
ภายใต้ความไม่แน่นอนของโชคชะตา
บางทีในวันนี้อาจจะมีค่าโชคชะตาน้อย ในวันพรุ่งนี้อาจจะเจอโชคร้าย หรือบางทีอาจจะตายได้อย่างง่ายดาย
สิ่งนี้ทำให้คนธรรมดาต้องเจอกับความยากลำบากอยู่ด้วย แต่ถ้าวันใดมาถึง วันที่ค่าโชคชะตาพุ่งทะยานฟ้า วันนั้นเขาก็จะพบเจอแต่ความสำเร็จ
กฎเกณฑ์เช่นนี้ใช้ไม่ได้ผลกับฉู่โม่วอีกต่อไปหลังจากที่เขาได้สร้างหม้อทองคำแห่งโชคชะตาขึ้นมา
จากนี้ไป ตราบใดที่เขานั้นไม่ได้รนหาที่ตายด้วยตนเอง ค่าโชคชะตาของเขาจะไม่สั่นคลอน มันจะค่อย ๆ แข็งแกร่งขึ้นช้า ๆ และจะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นในอนาคต
มันเป็นอะไรที่เข้าใจง่าย
นั่นคือเขาจะไม่ต้องเผชิญกับโชคร้ายอีก และค่าโชคชะตาของเขาก็จะสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนวันหนึ่งมันก็จะระเบิดออก
ให้เวลากับสิ่งนี้ มันไม่ใช่เรื่องน่าเหลือเชื่ออีกต่อไปที่จะเปลี่ยนจากโชคร้ายให้กลายเป็นดี และเผลอ ๆ ก็อ