ะมีจารึกอะไรสักอย่างก็คงไม่แปลก”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น ความคิดของฉู่โม่วก็พลุ่งพล่าน
เดิมที เขาคิดว่าจี้หยกนี้คงจะเป็นจารึกโบราณ แต่ใครจะไปคิดว่ามันคือสมบัติที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่
ดังนั้น…
มีความเป็นไปได้สูงว่าปู่ของเธอจะเชี่ยวชาญจารึกโบราณเหล่านี้ และกระทั่ง… รู้ความหมายของอักขระเหล่านี้งั้นเหรอ?
และหากเป็นเช่นนั้น
นั่นก็อาจหมายความว่า ปู่ของเธอสืบทอดมาจากผู้ปลุกพลังที่มาจากดาวเคราะห์สีน้ำเงิน และกระทั่ง… เคยเป็นผู้ปลุกพลังบนดาวเคราะห์สีน้ำเงินมาก่อน
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ในสายตาของฉู่โม่วก็เผยแววความตื่นเต้นออกมา
ชายหนุ่มสัมผัสได้ว่า
เขาได้เข้าใกล้กับความจริงแห่งอดีตขึ้นยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ
แต่…
นี่ยังเป็นแค่การคาดเดาของเขาและไม่สามารถยืนยันได้ในตอนนี้
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉู่โม่วก็เอ่ยถาม “ฉันขอไปพบคุณปู่ของคุณได้ไหม?”
“ได้สิ”
เมื่อได้ยินดังนั้น อวิ๋นหลิงก็ยิ้มกว้างและกล่าวทันที “ท่านช่วยชีวิตฉันไว้ ถึงจะไม่ขอ ฉันก็จะพาไปหาคุณปู่อยู่ดีนั่นแหละ… เขาต้องชอบท่านมากแน่!”
เมื่อพูดจบ เธอก็มองไปรอบ ๆ “ไปกันเลยไหมคะ?”
แน่นอนว่าฉู่โม่วก็ไม่ปฏิเสธ
เขาเองก็อดใจรอที่จะพบกับคุณปู่ของอวิ๋นหลิงไม่ไหวแล้ว
อันที่จริง การไปหาในครั้งนี้นั้นอาจมีอันตรายซ่อนอยู่ อย่างไรอารยธรรมโบราณของดาวเคราะห์สีน้ำเงินก็มีความเกี่ยวข้องสูง ถ้าปู่ของหลิงอวิ๋นได้รับมรดกมาจากเขตแดนลับและยังเป็นของอารยธรรมแห่งดาวเคราะห์ส