และยังมีเทพเจ้าเป็นคนคอยหนุนหลัง พวกเขาเลยมักจะส่งคนมาสังหารคนในเผ่าพันธุ์ของเรา!”
“เหตุผลที่เขาส่งผู้แข็งแกร่งมาตามล่าพวกเราครั้งนี้ก็เพราะค้นพบว่าองค์หญิงของเราอยู่ที่นี่น่ะ!”
ชายชราเล่าไปตามความจริง
“องค์หญิงของเผ่ามนุษย์แพนด้าแดงเหรอ?”
ฉู่โม่วตะลึงงัน
ในตอนนั้นเอง เขาก็มองเห็นเด็กสาวผู้งดงามคนหนึ่งโค้งคำนับให้กับฉู่โม่วและกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “อวิ๋นหลิงขอกล่าวทักทายท่าน… ฉันอยากขอบคุณท่านที่ช่วยชีวิตฉันเอาไว้”
น้ำเสียงของเธอทั้งอ่อนหวานและใสแจ๋วราวกับเสียงลูกแมวร้อง
ฉู่โม่วอดหันไปมองอีกครั้งไม่ได้
อันที่จริง เขาสังเกตเห็นเด็กสาวคนนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ยังไงซะ ท่าทีของเธอก็ดูโดดเด่นออกมาจากคนอื่น ๆ ในฝูงชน
แต่สิ่งที่ชายหนุ่มไม่คาดคิดก็คืออีกฝ่ายเป็นถึงองค์หญิงของเผ่ามนุษย์แพนด้าแดง
“แค่ทำเรื่องทั่วไปน่ะ ไม่มีอะไรมากหรอก”
ฉู่โม่วโบกมือปัด แล้วจึงหันไปมองยังแผ่นหยกบนลำคออันบอบบางของเด็กสาวอวิ๋นหลิง ดวงตาของเขาลุกเป็นประกายและอดใจเก็บคำถามเอาไว้ไม่ได้ “ผมขออนุญาตถามคุณหนูอวิ๋นหลิง ท่านมาจากที่ไหนเหรอ?”
เขามองเห็นได้อย่างชัดเจน
มีลวดลายบางอย่างถูกสลักเอาไว้บนแผ่นหยกนั้น
สำหรับผู้ปลุกพลังมากมายมหาศาลในจักรวาล เส้นเหล่านี้อาจเป็นแค่อักขระลึกลับบางอย่าง
แต่ในสายตาของฉู่โม่ว มันคืออักขระโบราณของดาวเคราะห์สีน้ำเงิน
อักษรกระดองเต่า!