รู้เสียทีว่าผู้ปลุกพลังคนนั้นมีไพ่ลับอะไรซ่อนอยู่ หรือแม้กระทั่งกองกำลังที่คอยสนับสนุนเขาก็อาจโผล่หัวออกมาก็เป็นได้”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ผู้ดูแลก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าเห็นด้วย
แต่ทันใดนั้น เขาก็ถามอย่างสงสัยว่า “แล้วถ้าผู้ปลุกพลังคนนั้นไม่ได้มีไพ่ลับอะไรล่ะครับ?”
“ถึงไม่มีไพ่ลับจริง ๆ ฝ่ายเราก็ไม่มีอะไรต้องสูญเสีย”
รองผู้จัดการหอการค้ากล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
“เป็นอย่างนั้นได้ก็ดีเลยครับ ยิ่งหากมันถูกองค์ชายรองแห่งราชวงศ์ชางหลางจับตัวและปล้นสมบัติเหล่านั้นกลับคืนมาได้ นี่ก็เท่ากับว่าหอการค้าของเราได้กำไรอย่างมหาศาล!”
ผู้ดูแลกล่าวด้วยความละอาย
“ผมตื้นเขินเกินไป!”
รองผู้จัดการขมวดคิ้วและกล่าวตำหนิว่า “นายต้องการเพียงหยกปฐมกาลเท่านั้นเหรอ แม้ครั้งนี้ฉันจะทำเงินได้มากมายจากการแลกเปลี่ยนกับอีกฝ่าย แต่นายจะให้สมบัติเหล่านั้นถูกครอบครองโดยคนคนเดียวได้ยังไง?”
“เพียงหากเราเคลื่อนไหวเอง มันอาจเก็บเกี่ยวได้มากก็จริง แต่ก็มีความเสี่ยงที่ตามมาด้วยเช่นกัน…คลังสมบัติของเรากว่าจะเติบโตมาจนเป็นแบบทุกวันนี้ ต้องเสียเวลาไปมากมายเพื่อได้สมบัติเหล่านั้นมา แล้วทำไมต้องยอมเสียมันไปอย่างสูญเปล่าด้วยเล่า?!”
“สิ่งที่รองผู้จัดการสั่งสอน ผมจะจำเอาไว้ครับ!”
ผู้ดูแลถูกตำหนิและไม่ได้แสดงความโกรธใด ๆ
“เข้าใจก็ดีแล้ว”
รองผู้จัดการพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบ
แต่ในขณะนั้น
อยู่ ๆ ก็มีผู้ดูแลอีกคนเดินเข้ามาอย่