ะปกปิดมันและกระทำราวกับว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น
หญิงสาวคิดว่าฉู่โม่วคงลืมพวกเธอไปแล้ว
แต่ผิดคาด ทั้งที่เธอตั้งใจจะฝังลืมเรื่องนี้ไปตลอดกาล แต่ชายหนุ่มก็กลับปรากฏตัวและถามหาซูเจาเจา
ในตอนนั้นเอง
ความคิดที่ตั้งใจไว้จึงพังทลายลงทั้งหมด แต่เธอก็ไม่สามารถพูดมันออกไปได้ในทันที จึงขอนัดพบกับเขาด้วยตัวเอง
อันที่จริง เธอได้ตัดสินใจไว้แล้วว่าหากฉู่โม่วร้องขอออกมาเอง เธอก็จะพาเขามาที่หลุมศพ แม้ว่าซูเจาเจาจะห้ามไว้ก็ตาม
เธออยากให้ฉู่โม่วได้มาเห็นเจาเจา
มองดูผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยวิ่งไล่ตามเขา!
โชคดีที่ความพยายามของซูเจาเจาไม่ได้เสียเปล่า และชายหนุ่มก็ไม่ใช่คนไร้หัวจิตหัวใจขนาดนั้น เขาตั้งใจมาที่นี่ด้วยตัวเอง โดยนำพาความทรงจำร่วมของพวกเขาทั้งสามคนมาไว้ที่เดียวกัน
การแสดงออกของฉู่โม่วนั้นไม่ได้เสแสร้ง
กวนหนิงหนิงสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า เขารู้สึกเสียใจจากก้นบึ้งจริง ๆ
เพียงเท่านี้ก็พอแล้ว…
“เจาเจา!”
“เธอดูอยู่ไหม?”
กวนหนิงหนิงมองไปตามทิศที่ฉู่โม่วจากไป จากนั้นหันกลับมาที่แผ่นหิน และพึมพำว่า “ชายที่เธอหลงรัก เขามาหาเธอแล้วนะ…และยังบอกว่าในอนาคต เขาจะฝ่าสายธารแห่งกาลเวลาที่ไหลทอดยาวจนเป็นนิรันดร์ เพื่อไปตามหาและพาเธอกลับมา!”
เมื่อพูดจบ
เธอก็หลั่งน้ำตาอีกครั้ง โดยไม่รู้ว่ากำลังโศกเศร้าหรือดีใจ
หลังจากผ่านไปอีกครู่ใหญ่
กวนหนิงหนิงจึงหันหลังกลับและเตรียมจะจากไป
ขณะนั้น…
เธอก็พึมพำ