ศัยอยู่ในเขตแดนของมนุษย์ นี่เป็นเพียงธุระระหว่างฉันและมนุษย์ก็เท่านั้น เธอไม่ต้องถือหนี้บุญคุณอะไรขนาดนั้นหรอก”
พูดจบเขาก็หยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ “อย่างไรก็ตาม… เจ้าหนุ่มนี่ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา เธอเป็นผู้มากความสามารถมากที่สุดคนหนึ่งที่ฉันได้เห็นในตลอดหลายปีมานี้เลย”
“ท่านเองก็ชมเกินไปครับ”
ฉู่โม่วเกาท้ายทอย เห็นเช่นนั้น ผู้เฒ่าพฤกษาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มบาง
หลังจากนั้น ทั้งสองก็พูดคุยกันอยู่ใต้ต้นไม้อีกพักหนึ่ง ในยามที่มหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นเตรียมที่จะพาอยู่โม่วกลับไป ผู้เฒ่าพฤกษาก็พูดขึ้นมา “เดี๋ยวก่อน…”
“ท่านผู้อาวุโส มีสิ่งใดให้พวกเราช่วยเหรอครับ?”
“เปล่า ๆ ฉันไม่ได้มีอะไรอยากให้ช่วย แต่เจ้าหนุ่มฉู่โม่วนั้น ทำให้ฉันรู้สึกสนิทสนมเหลือเกิน… ฉันมีอะไรบางอย่างที่อยากจะมอบให้เธอ”
พูดเช่นนั้น
ผู้เฒ่าพฤกษาก็หยิบเอาสมบัติออกมาจากแขนเสื้อและส่งมันให้ฉู่โม่ว
สิ่งนั้น
มีรูปลักษณ์เหมือนหยกที่สวยงามจนเรียกได้ว่าเป็นหยกสีเขียวที่สวยที่สุดเลยก็ว่าได้ มันเปี่ยมไปด้วยอณูแห่งชีวิตอัดแน่น พลังศักดิ์สิทธิ์ที่พุ่งทะยานเป็นหนึ่งเดียวกับท้องนภา ที่ใจกลางของมันสามารถสังเกตได้ถึงรัศมีบาง ๆ ที่ส่องประกาย
“…ท่านผู้อาวุโสครับ สิ่งนี้มันล้ำค่าเกินไปนะ!”
เมื่อมองไปยังสิ่งนี้ มหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นก็มีท่าทีเปลี่ยนไปทันที เขาพูดด้วยความตกตะลึง
เช่นเดียวกันกับฉู่โม่วที่ไม่ได้รับมันมาในทันที เขาโบกมือแล้วพูด “ท่านผู้