ี้ไม่ได้ปรากฏขึ้นในทันใด แต่มันค่อย ๆ แพร่กระจายออกมาผ่านแสงสว่างบนท้องฟ้า
เดิมที ฉู่โม่วคิดว่าแสงสว่างนั้นเป็นเพียงแค่ดาวดวงหนึ่ง
แต่หลังจากที่ตรวจสอบดูให้ดีแล้ว เขาก็สังเกตเห็นว่าแสงสว่างนั้นเป็นเหมือนกับกระจกเงาบางอย่าง
“เป็นกระจกเงา แต่ปล่อยแสงสีแดงไร้ที่สิ้นสุดออกมาได้…”
หัวใจของชายหนุ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ
กระจกนี่มันอะไรกัน?
ฉู่โม่วรู้สึกเหมือนกับว่าได้ค้นพบความจริงบางอย่าง
แต่ก็น่าเสียดายที่ภาพเหล่านี้ยังมีน้อยเกินไป ทำให้เขาไม่อาจมองเห็นอะไรได้มากนัก
เขาจึงรีบออกไปจากที่นี่และมุ่งหน้าไปยังเรือนหรือตำหนักอื่น ๆ อย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มตั้งใจจะตรวจสอบเรือนทั้งหมดที่นี่เพื่อตามหาสมบัติแห่งสวรรค์ และอาจได้ค้นพบร่องรอยของพวกเขา ทำให้เขาสามารถคาดเดาสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตได้
ตามการค้นหาของฉู่โม่ว
ในไม่ช้า เขาก็มาถึงยังเรือนแห่งใหม่
ตำหนักแห่งนี้มีขนาดใหญ่ทีเดียว ใหญ่ยิ่งกว่าตำหนักอื่น ๆ ที่ตนเคยพบมาก่อน แม้แต่ตำหนักหลิงเซียวก็พอจะเทียบได้เสียด้วยซ้ำ
แต่… สถานที่แห่งนี้ก็ตั้งอยู่ต่ำกว่าตำหนักหลิงเซียว ซึ่งดูจะแสดงให้เห็นถึงสถานะของตำหนักหลิงเซียวไปด้วย
นี่เป็นเรื่องปกติทั่วไป อย่างไรแล้ว ตำหนักหลิงเซียวก็เป็นสถานที่ที่จักรพรรดิแห่งสวรรค์พักอาศัย
เพียงแต่ว่า…
ตำหนักแห่งนี้ตั้งอยู่ต่ำกว่าตำหนักหลิงเซียว และขนาดของมันก็ไม่ได้เล็กกว่ามากนัก เห็นได้ชัดว่าเจ้าของตำหนักแห่งนี้คือบุคคลที่ไม่ธรรม