ถึงตรงนี้
นัยน์ตาของนักบวชก็แสดงร่องรอยของความวิตกกังวล ราวกับเขาได้เห็นบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
“ฉันได้พยายามมองอนาคตของเขา แต่ก็เห็นเพียงความโกลาหลเท่านั้น มันเกิดจากสายธารพลังเพียงสายเดียวที่ทอดไหลยาวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และนำพาไปสู่ความว่างเปล่าอันเป็นนิรันดร์!”
สายธารสายนั้น… เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งกาลเวลาที่ทรงพลังอย่างยิ่ง มันผู้นั้นนั่งเข้าฌานอยู่ที่ปลายสายธารที่ทอดยาวนี้ พร้อมแผ่กลิ่นอายออกไปไกลถึงสุดขอบฟ้า”
ทันทีที่สิ้นสุดเสียงนี้
สีหน้าของผู้คนในเผ่าก็เปลี่ยนไปเป็นหวาดกลัว
แม้นักบวชจะไม่ได้พูดออกมาอย่างชัดเจน แต่ใครก็สามารถเดาได้ว่าสายธารสายนี้มันก็คือสายธารกาลเวลา
และผู้ที่สามารถนั่งอยู่ที่ปลายสายธารกาลเวลานี้ได้ ควรเป็นตัวตนต้องห้ามที่มีพลังอันน่าสะพรึงกลัวอย่างหาผู้ใดเปรียบ
“แล้วแบบนี้เราควรทำอย่างไรดี?”
สมาชิกในเผ่าคนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงกังวล “เป็นไปได้ไหมว่าเราจะไม่สามารถจัดการกับเขาได้ แต่นี่เป็นเพียงโอกาสเดียวของเราที่จะสามารถออกไปจากที่นี่ได้นะ!”
คนอื่น ๆ ในเผ่าไม่พูดสิ่งใด ทุกคนเพียงมองไปยังนักบวช
สมาชิกส่วนใหญ่ของเผ่าสัตว์อสูรเทพโบราณมักมีความคิดที่เรียบง่ายและไม่เก่งในการคิดเท่าไหร่
คนที่ฉลาดที่สุดในเผ่ามักจะได้รับสถานสูงส่งและกลายเป็นนักบวช
สถานะนักบวชไม่เพียงแต่ต้องเป็นคนที่ฉลาดที่สุดเท่านั้น แต่ยังต้องมีความเชี่ยวชาญทางจิตวิญญาณที่ไม่สามารถประเมินค่า