สูงถึงสามพันเมตร เปล่งรัศมีอันน่าเกรงขามรอบตัวออกมา ราวกับภูเขาที่น่าสะพรึงกลัวบดบังแผ่นดิน
ขณะที่ฉู่โม่วเฝ้าดู สัตว์อสูรก็จ้องมองที่วิหารอยู่พักหนึ่ง จากนั้นดวงตาของมันก็ดูซับซ้อน แม้ว่ามันจะเป็นเวลาสั้น ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยังจับสังเกตได้
สัตว์อสูรยืนอยู่หน้าวิหารเป็นเวลาหลายวัน และในที่สุดก็ดูเหมือนจะตัดสินใจกลืนทั้งวิหาร จากนั้นมันก็ออกจากบริเวณนี้และหายไปในท้องฟ้า
“ไม่แปลกใจเลยที่วิหารหายไป และไม่สามารถตรวจจับร่องรอยของกุญแจได้อีก เพราะว่ามันถูกสัตว์อสูรยักษ์กลืนเข้าไป!”
หลังจากเห็นร่องรอยการหายไปของวิหาร ฉู่โม่วก็ตระหนักและเข้าใจอย่างถ่องแท้
แต่แล้ว เขาก็ขมวดคิ้วอีกครั้ง
สัตว์อสูรตัวนี้มีขนาดมโหฬารมาก และรัศมีของมันก็เทียบได้กับครึ่งก้าวสู่มหาเทวะยุทธ์เป็นอย่างน้อย และความแข็งแกร่งของมันก็น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
ที่สำคัญกว่านั้น…
ฉู่โม่วไม่รู้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายอยู่ที่ไหน ถ้ามันออกจากเขตแดนลับนี้ไปแล้ว เขาก็ไม่รู้จะไปหาที่ไหน ซึ่งหมายความว่าเขาจะไม่มีวันได้กุญแจดอกที่สามมา และไม่สามารถนำหอคอยกาลเวลานี้ออกไปจากดินแดนอันเร้นลับแห่งนี้ได้เช่นกัน
“ฉันควรทำยังไงดี!”
ชายหนุ่มบ่นพึมพำพลางขมวดคิ้ว
หากมีปัญหาอื่น ๆ ก็ช่างเถอะ เขาสามารถหาทางแก้ไขได้
แต่สัตว์อสูรตัวนี้กลืนกินวิหารแล้วหายตัวไป ไม่ว่าเขาจะแข็งแกร่งแค่ไหน หากเขาหาอีกฝ่ายไม่พบ มันก็ทำอะไรไม่ได้
ที่สำคัญกว่านั้น
เหตุการณ์นี้ผ่านไปเนิ