และดูมีอายุราวหกสิบปี แต่เขากลับเต็มไปด้วยพลังชีวิตและดูราวกับเด็กหนุ่มที่มีผมสีขาว
โดยเฉพาะดวงตาสีดำสนิทที่ดูทรงพลังอย่างถึงที่สุด รัศมีรอบกายเขาดูศักดิ์สิทธิ์ดุจเทพเจ้าที่ลงมายังโลก
เมื่อพ่อแม่แนะนำให้รู้จัก
เขาจึงได้รู้ว่าปรมาจารย์วัยชราคนนี้คือผู้เป็นอมตะ!
ผู้เป็นอมตะเหรอ?
ฉู่โม่วครุ่นคิด ยังมีผู้เป็นอมตะอยู่บนโลกใบนี้ด้วยเหรอ
ราวกับว่าปรมาจารย์คนนั้นมองเห็นข้อสงสัยในใจฉู่โม่ว เขาจึงไม่รอให้เสียเวลาและเอ่ยขึ้นทันที “เด็กคนนี้มีพรสวรรค์มาก ถ้าได้ฝึกฝน เขาจะต้องประสบความสำเร็จแน่ วันนี้ที่ฉันได้เห็นเขาก็เป็นเหมือนของขวัญ และฉันจะมอบคำทำนายให้นายเป็นของขวัญเอง!”
ขณะที่พูด เขาก็ยื่นตำราเล่มหนึ่งให้
หลังจากนั้น
ปรมาจารย์วัยชราก็จากไป
ในตอนแรก ฉู่โม่วมองมันด้วยสายตาเย้ยหยัน เขาคิดว่าปรมาจารย์วัยชราคนนั้นเป็นแค่พวกต้มตุ๋น แต่ยิ่งพ่อแม่เข้ามาถามถึงอาการและการฝึกฝนทุกวัน จนสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังเหล่านั้นทำให้เขาไม่อาจนิ่งเฉยอยู่ได้
หลังจากที่คิดดูแล้ว เขาก็ยังมีความเชื่อว่าจะรักษาม้าตายดั่งม้าเป็น*[1] แล้วจึงเริ่มฝึกฝนตามตำราเล่มนั้นในท้ายที่สุด
ภายในเวลาเพียงแค่ครึ่งปี!
เขาก็ต้องพบว่าร่างกายของตัวเองพัฒนาขึ้นเป็นอย่างมาก อาการป่วยทุเลาลง และรู้สึกถึงความร้อนในร่างกายอันแสนอ่อนแอเป็นครั้งคราว
มันทำให้เขาดีใจเหลือเกิน
ดังนั้น เพื่อที่จะรักษาร่างกายและยืดอายุขัยของตัวเองออกไป ฉู่โม