ถอนหายใจในที่สุด
ผู้ที่พรากหางน้อยไปคือเขา แต่ผู้ที่ปล่อยให้หางน้อยจากไปคือตนเอง และผู้ที่กล่าวคำอำลากับตนเองอย่างแท้จริง ก็คือหางน้อยเอง
เช่นนี้แล้ว จะไปโทษใครได้เล่า?
เซียวเหยียนไม่โทษใครเลย เพราะเขาได้เก็บงำส่วนที่ก้าวล้ำเกินไปนั้นกลับมาแล้ว ดังนั้น หลังจากที่ถอนหายใจอย่างเศร้าสร้อยหนึ่งที เซียวเหยียนก็วางความคิดฟุ้งซ่านมากมายลง ยิ้มแห้งๆ ประสานมือ “ท่านปู่ปรมาจารย์กระบี่ ไม่ได้พบกันนาน สบายดีนะขอรับ”
“หืม?”
หลี่ชางเสวียนประหลาดใจเล็กน้อย กล่าว “เจ้ายังจำข้าได้รึ?”
“ท่วงทีของท่านปรมาจารย์กระบี่สูงส่งปานนั้น จะลืมได้อย่างไรกันขอรับ” เซียวเหยียนยิ้มกล่าว
หลี่ชางเสวียนเลิกคิ้วเล็กน้อย เดิมทีคิดว่าเด็กหนุ่มผู้มีพรสวรรค์เป็นเลิศผู้นี้ จะต้องฮึกเหิมเหิมเกริม หรือไม่ก็บำเพ็ญตนอย่างขมขื่น นิสัยสันโดษ ไม่คิดว่ากลับเหมือนกับสายลมบริสุทธิ์ที่ไม่ยินดียินร้าย ทั่วร่างเผยให้เห็นกลิ่นอายของความเป็นอิสระในป่าเขา
“ขุนศึกอาญายุทธ์ให้กำเนิดบุตรที่ดี รุ่นที่สามของตระกูลเซียวจะต้องทะยานขึ้นสู่ฟ้าอีกครั้งแล้ว” หลี่ชางเสวียนกล่าวอย่างสงบ
เซียวเหยียนยิ้มๆ การทักทายตามมารยาทก็ถือว่าจบลงแล้ว
สายตาของหลี่ชางเสวียนจับจ้