ลกเปลี่ยนอะไรกันมาก่อนสิ นายก็รู้ว่าเครดิตของฉันดีขนาดไหน ยิ่งตอนนี้พวกเราอยู่ในเขตแดนของพวกมนุษย์ด้วย คิดว่าฉันจะมีลูกไม้อะไรให้เล่นหรือ? ฉันไม่ใช่ศัตรูของนาย นายเองก็คิดแบบนี้ไม่ใช่หรือไง?”
“นั่นก็ใช่”
ผู้ปลุกพลังหนุ่มพยักหน้าแล้วยอมโอนอ่อนลงมาเล็กน้อย
จากนั้นเขาก็พูด “การค้นหาเส้นทางการเดินทางของฉู่โม่วนั้นค่อนข้างยากอยู่นิดหน่อย ไว้เดี๋ยวฉันจะติดต่อนายอีกทีคืนพรุ่งนี้ก็แล้วกัน จำไว้ว่านายห้ามลืมสัญญาที่ให้ไว้ ถ้าคิดจะเล่นตุกติกละก็ คงจะรู้นะว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไง?”
ชายชุดดำยิ้มน้อย ๆ
เมื่อพูดออกมาเช่นนั้นแล้ว
ทั้งสองก็คุยกันต่ออีกนิดหน่อยก่อนที่ผู้ปลุกพลังหนุ่มจะหันหลังแล้วออกไป
ภายหลังจากที่ยานอวกาศถูกขับออกไปไกลแล้ว ผู้ปลุกพลังมากมายก็ปรากฏตัวขึ้นภายในอาคารหลังนี้
“ท่านผู้อาวุโสครับ มนุษย์คนนี้จะไม่ตุกติกหรือบอกพวกมนุษย์เกี่ยวกับที่อยู่ของพวกเราใช่ไหมครับ?”
ผู้ปลุกพลังคนหนึ่งพูดด้วยเสียงเบา
“เขาไม่กล้าหรอก!”
ชายในชุดคลุมสีดำพูดอย่างสบายใจ “ถ้าเขากล้าละก็ ทำไมเขาถึงยังมาแลกเปลี่ยนกับพวกเราอยู่ตั้งหลายครั้งล่ะ จริงไหม?”
“นั่นสินะครับ”
ผู้ปลุกพลังคนเดิมพยักหน้าแล้วรีบพูดต่อ “หลังจากที่พวกเราได้เส้นทางของฉู่โม่วมาแล้ว พวกเราควรจะให้เขาได้ส่วนที่เหลือไหมครับ?”
“ในเผ่าพันธุ์มนุษย์ มีคำพูดหนึ่งที่ถูกสืบทอดมาจากโบราณ นั่นคือ จุดจบของนกที่เหนื่อยล้า คือปลายศรของนักล่าที่เฝ้ารอเวลา