น้อยจนกระทั่งท้องฟ้าเริ่มมืดสลัว แล้วฉู่โม่วจึงกล่าวลาออกมา
…
เมื่อกลับไปถึงที่พักอาศัย เขาก็เห็นเทวะยุทธ์คนหนึ่งยืนรออยู่
อีกฝ่ายเป็นชายวัยกลางคนที่ดูยิ่งใหญ่และเคร่งขรึม เมื่อเห็นชายหนุ่มบินกลับมา เขาก็กล่าวทักทายพร้อมโค้งคำนับ “สวัสดีผู้ดูแลฉู่!”
“คุณเป็นใครเหรอครับ?”
ฉู่โม่วงุนงงเล็กน้อย
“ผมเป็นทูตของหอสัจธรรม ตอนนี้ด้วยคำสั่งของตำหนักบรรพชนและหอสัจธรรม เรื่องที่ผู้ดูแลฉู่จะกลับไปที่ดาวบ้านเกิด ผมจะเป็นผู้จัดการดูแลการเดินทาง ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และเรื่องอื่น ๆ ให้เอง”
เทวะยุทธ์วัยกลางคนกล่าวด้วยรอยยิ้มและดูนอบน้อมเป็นอย่างมาก
เมื่อได้ยินดังนั้นชายหนุ่มก็นึกขึ้นได้
“นอกจากคุณยังมีใครอีกไหม?”
“มีครับ!”
ชายวัยกลางคนกล่าว “การเดินทางของผู้ดูแลฉู่คราวนี้ หอสัจธรรมส่งทูตมาทั้งหมดสามคน และรองทูตอีกหกคนนอกจากผม แต่คนอื่น ๆ ยังมาไม่ถึงและจะมาพบผู้ดูแลฉู่ในอีกสองวัน!”
“เข้าใจแล้วละ ขอโทษที่ต้องรบกวนด้วยนะครับ!”
ฉู่โม่วพยักหน้าและกล่าว
ชายวัยกลางคนรีบกล่าว “ผู้ดูแลฉู่สุภาพจริง ๆ เหมือนพรจากสวรรค์ให้แก่เหล่าผู้ติดตามเลย!”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้
เขาก็หยุดไปครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดต่อ “ผมต้องจัดเตรียมการเดินทางของผู้ดูแลฉู่ คงต้องขอตัวก่อน แต่ถ้าคุณมีคำสั่งอะไรก็เรียกผมได้เลย!”
“โอเค!”
ชายหนุ่มพยักหน้า
ส่วนชายวันกลางคนก็โค้งคำนับอีกครั้ง ก่อนจะกลับหลังหันและจากไป
…
ในวันที่สอง…
ผู้คุ้มกันคนท