นใครกันที่ทำได้ขนาดนี้?!”
“พรสวรรค์ระดับนี้ช่างน่าหวาดหวั่นเหลือเกิน!”
ผู้ปลุกพลังหลายคนต่างอุทานด้วยความตกใจ
ณ ภายนอกห้องโถงมรดก
บนหน้าผาสูงชันที่ไกลออกไป โม่ซางที่กำลังฝึกซ้อมโดยหลับตาอยู่ เมื่อรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายนี้ เขาก็พลันลืมตาขึ้นและมองไปทิศทางห้องโถงมรดกทันที
“กลิ่นอายนี้… คือเจ้ามนุษย์ผู้นั้น!”
“เขาได้ก้าวเข้าสู่ขั้นพลังแห่งเทียมเทพแล้วงั้นเหรอ!”
โม่ซางขมวดคิ้ว
แต่แล้วเขาก็ส่ายหัว
“เป็นเทียมเทพแล้วยังไงล่ะ?!”
“เจ้าไม่ใช่คนเดียวที่ได้รับประโยชน์จากเขตแดนลับกลืนดาราสักหน่อย เพราะฉันก็ได้รับมามากเช่นกัน ทำให้ความแข็งแกร่งของฉันเพิ่มขึ้นไม่น้อย ดังนั้นแม้ว่าเจ้าจะก้าวเข้าสู่ขั้นพลังแห่งเทียมเทพได้ อย่างไรก็ต้องถูกฉันฆ่าอยู่ดี!”
เมื่อคิดได้เช่นนั้น
โม่ซางก็หลับตาลง เพื่อตระเตรียมขุมพลังให้พร้อมที่สุดระหว่างรอให้ฉู่โม่วออกมา
ทางด้านคนอื่น ๆ
เทียมเทพเฟยเหลียนกำลังไปยังสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งสมบัติถูกซ่อนไว้ พร้อมกับผู้ปลุกพลังมนุษย์อีกสองสามคน และทันทีที่เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายนี้ จึงอดไม่ได้ที่จะตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ
“เฟยเหลียน คุณเป็นอะไรไปน่ะ?”
ผู้ติดตามคนอื่น ๆ เมื่อเห็นเฟยเหลียนมีท่าทางมึนงง จึงอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่มีอะไร ฉันแค่สัมผัสได้ถึงเหตุการณ์บางอย่างที่น่าสนใจ”
เฟยเหลียนกลับมามีสติและส่ายหัว
ในเวลาต่อมา
เขาหันไปมองเทียมเทพพั่วซานที่อยู่ข้างหน้าแล้วถามว่า